อยากขายของออนไลน์ได้ครึ่งแสนต่อเดือน ต้องรู้เทคนิคแบบมืออาชีพ

อยากขายของออนไลน์ได้ครึ่งแสนต่อเดือน ต้องรู้เทคนิคแบบมืออาชีพ

การทำธุรกิจขายของออนไลน์เป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน เพราะผู้คนส่วนใหญ่พกโทรศัพท์มือถือติดตัวเกือบตลอดเวลา จึงมีพฤติกรรมสั่งซื้อของใช้ในบ้าน อาหาร เครื่องสำอาง เสื้อผ้า ฯลฯ ผ่านอินเทอร์เน็ตมากขึ้น

เรามาดูกันว่า ถ้าคุณต้องการขายของออนไลน์ให้ได้มูลค่าครึ่งแสนต่อเดือน จะมีเทคนิคแบบมืออาชีพอย่างไรบ้าง

  1. หาแหล่งจำหน่ายสินค้าราคาถูก

ถ้าคุณจำหน่ายสินค้ากลุ่มแฟชั่นเสื้อผ้า ก็ควรจะเลือกเว็บไซต์ที่ให้ราคาขายส่ง คือ taobao และ 1688 ของประเทศจีน แม้คุณจะอ่านภาษาจีนไม่ออก แต่ก็สามารถใช้ระบบแปลภาษาอัตโนมัติของ Google ช่วยให้เข้าใจได้ เมื่อต้นทุนสินค้ามีราคาถูกกว่ารายอื่น ก็เท่ากับคุณมีโอกาสขายในราคาไม่แพง แต่ได้กำไรสูงมากขึ้น ส่วนสินค้าหมวดอื่น ก็ใช้หลักการเดียวกัน คือ ติดต่อกับโรงงานผู้ผลิตโดยตรง เพื่อตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกให้มากที่สุด

  1. เปิดเพจใน Facebook

คนไทยมีการใช้ Facebook เป็นอันดับ 1 ของโลก นั่นแสดงว่า ถ้าคุณต้องการขายสินค้าให้คุณไทย โดยเฉพาะกลุ่มเสื้อผ้าแฟชั่น ครีม เครื่องสำอาง ให้วัยรุ่นและวัยทำงานชาวไทย ก็ต้องเปิด Facebook เป็นร้านค้าและตั้งค่าเป็นสาธารณะ ให้มีโอกาสเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายมากขึ้น เกิดการแชร์และแนะนำบอกต่อสินค้าที่น่าสนใจได้อย่างรวดเร็วในวงกว้าง

  1. มีเว็บไซต์ของตัวเอง

การมีเว็บไซต์เป็นชื่อเดียวกันกับเพจใน Facebook จะเพิ่มความมั่นใจให้แก่ลูกค้าได้ ว่าคุณเป็นมืออาชีพในการผลิต นำเข้าและจัดส่งสินค้าอย่างเป็นระบบ ทำให้ลูกค้าสบายใจว่าจะไม่ถูกกลุ่มมิจฉาชีพหลอกลวง ขณะเดียวกันในงานหลังบ้าน คุณก็ควรติดตั้งระบบบริหารงานขาย เช่น woocommerce ลงในเว็บไซต์ เพื่อช่วยให้การสั่งซื้อสินค้าและชำระเงินเป็นไปอย่างรวดเร็วและสะดวกยิ่งขึ้นด้วย

  1. ทำ SEO ให้กับเพจและเว็บไซต์

การทำ SEO หรือ search engine optimization สำคัญต่อการพัฒนาทั้งโครงสร้างเพจและเว็บไซต์ให้มีความสวยงาม จัดหมวดหมู่สินค้าให้หาง่าย การผลิตบทความที่สอดคล้องกับความสนใจของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายโดยมีการแทรก keyword SEO ลงไป ถ้าทำเป็นประจำได้ ก็จะทำให้อันดับสืบค้นดีขึ้น เพิ่มโอกาสได้รับออเดอร์บ่อยขึ้นจากลูกค้าเก่าและใหม่

  1. การทำ SEM

SEM หรือ search engine marketing เป็นการใช้เทคนิคโฆษณาเพื่อกระตุ้นการมองเห็นในบางช่วงจังหวะที่คุณต้องการเพิ่มยอดการขาย หรือต้องการให้แบรนด์เป็นที่จดจำ เช่น วันขึ้นปีใหม่ วันวาเลนไทน์ วันหยุดสุดสัปดาห์ วันเงินเดือนออก ฯลฯ จะทำให้ได้ออเดอร์เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว คุ้มค่ากับการประชาสัมพันธ์ทั้งในเฟซบุ๊กและกูเกิ้ล

จะเห็นได้ว่า ถ้าคุณต้องการเพิ่มยอดขายให้ได้มากถึงครึ่งแสนต่อเดือน จะต้องใช้หลาย ๆ เทคนิคร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ ทั้งต้องมีการวางแผนการตลาดอย่างรอบคอบ ก็จะทำให้คุณประสบความสำเร็จด้านยอดขายและผลกำไร

ชวนรู้จัก โปรแกรม WordPress ที่ใช้ทำ SEO

ชวนรู้จัก โปรแกรม WordPress ที่ใช้ทำ SEO

โปรแกรม WordPress ออกแบบมาเพื่อความสะดวกในการทำเว็บไซต์ SEO โดยเฉพาะในส่วนของบทความที่เป็นเหมือนหัวใจในเว็บไซต์และทำให้เพิ่มยอดขายสินค้าและบริการได้ เมื่อมีผู้คลิกเข้ามาอ่านบทความนั้น

โปรแกรมนี้คิดค้นมาหลายปีแล้ว โดยนักออกแบบเว็บไซต์ชาวต่างชาติที่เห็นว่าจะเป็นประโยชน์ในการทำ SEO ให้เว็บไซต์ขายสินค้าใน Google ประสบความสำเร็จสอดคล้องตามหลักเกณฑ์ของ SEO หรือ search engine optimization มากขึ้น

WordPress สามารถใช้ทำงานส่งเสริม SEO ได้ดังนี้

การตั้งชื่อหัวเรื่อง หรือ Title – หัวเรื่องจะปรากฏอยู่ในหน้าจอการสืบค้น เมื่อมีการพิมพ์หาด้วย keyword หนึ่ง ๆ หัวเรื่องที่สะดุดตาจะช่วยกระตุ้นให้คนคลิกเข้ามาอ่านรายละเอียดที่เหลือทั้งหมด การตั้งชื่อหัวเรื่องที่น่าสนใจจึงต้องใส่ keyword ลงไปด้วย ซึ่ง WordPress จะช่วยในการนำหัวเรื่องที่คุณตั้งชื่อไว้ไปตั้งเป็น URL address หรือที่อยู่ของบทความนั้นบนโลกออนไลน์ได้อย่างอัตโนมัติด้วย

ส่วนต้นเรื่อง หรือ heading – เป็นส่วนที่จะแสดงในหน้าต่างการสืบค้น หากไม่ได้ตั้งค่า heading ไว้ ระบบของ WordPress จะเอาคำที่อยู่ในประโยคแรกไปใส่ให้โดยอัตโนมัติ ดังนั้นจึงควรให้มี keyword ที่ชัดเจนอยู่ตั้งแต่ต้น ในส่วนของเนื้อหาก็ต้องสัมพันธ์กับส่วน heading ด้วยเพื่อให้ผู้อ่านประทับใจในเนื้อหาที่มีรายละเอียดเชิงลึกอย่างแท้จริง

การเน้นคำสำคัญ – WordPress เป็นตัวช่วยที่ดีในการทำตัวอักษรให้โดดเด่นขึ้น เพื่อให้คนอ่านสะดุดตา ไม่ว่าจะเป็นการทำตัวอักษรเอียง การทำตัวหนา หรือการขีดเส้นใต้วลีที่คุณต้องการเน้น ทั้งนี้มีหลักการ ว่าไม่ควรจะทำตัวอักษรเน้นติดกันยาวมากเกินไป เพราะจะทำให้ระบบคอมพิวเตอร์อัจฉริยะของ Google วิเคราะห์ว่าเป็นการทำเนื้อหาสแปมที่ไม่มีประโยชน์ได้ ขณะเดียวกัน การใส่ keyword หรือคำสำคัญ ก็ต้องกระจายให้เป็นธรรมชาติด้วย จึงจะไม่รบกวนสายตาของผู้อ่าน

การใส่รายละเอียดรูปภาพ – การทำ SEO ในรูปภาพด้วย WordPress เป็นส่วนประกอบสำคัญในการทำให้อันดับของเว็บไซต์ SEO ดียิ่งขึ้นได้ ซึ่งจะมีช่องให้ใส่ค่า alternative text และ image title attribute เพื่อให้ผู้ผลิตบทความกรอกคีย์เวิร์ดที่สอดคล้องกับรูปภาพลงไปในช่องนี้มากที่สุด เนื่องจากระบบ AI ของ Google ไม่สามารถที่จะวิเคราะห์ลักษณะภาพถ่ายได้ การใส่ keyword ลงไปมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งส่งเสริมให้ภาพเหล่านั้นถูกสืบค้นใน image Search ของ Google ได้ดีขึ้นและส่งผลให้อันดับ SEO โดยรวมดีขึ้นได้ด้วย

จากตัวอย่างที่กล่าวมา คงเห็นแล้วว่า WordPress เป็นประโยชน์ต่อคนทำเว็บไซต์ SEO ในการลดระยะเวลาในการปรับแต่งส่วนต่าง ๆ ทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพขึ้น เราหวังว่าบทความนี้จะเป็นข้อมูลพื้นฐานให้คนที่สนใจทำเว็บไซต์ SEO ได้ทำความเข้าใจเพื่อต่อยอดในการทำ SEO ต่อไป

WordPress สามารถใช้ทำงานส่งเสริม SEO ได้ดังนี้

SEO สิ่งที่คุณต้องรู้เพื่อขายออนไลน์

SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นเทคนิคในการทำให้เว็บไซต์คุณถูกจัดอันดับได้เป็น Top5 Top10 ในหน้าต่างการสืบค้น ไม่ว่าจะด้วย Yahoo หรือ Google อันทำให้คุณมีโอกาสขายสินค้าในโลกออนไลน์ได้มากยิ่งขึ้น

SEO สิ่งที่คุณต้องรู้เพื่อขาย

SEO ต่างจากการทำโฆษณาอย่างไร

การทำ SEO มีความแตกต่างจากการประชาสัมพันธ์ในเส้นทางอื่นอย่าง SEM (Search engine Marketing) อันหมายถึงการที่จะต้องจ่ายค่าพื้นที่โฆษณา เพราะเพียงแค่ปรับปรุงใน 2 ส่วนที่กำลังจะกล่าวต่อไปนี้ ก็สามารถทำให้ยอดการเข้าชมและซื้อเพิ่มได้

ส่วนประกอบของ SEO

SEO มีสองส่วนประกอบหลัก คือ

1. On-Page SEO เป็นส่วนของเนื้อหาในเว็บไซต์ พร้อมกับรูปประกอบและสื่อมัลติมีเดียต่าง ๆ เพื่อให้สัมพันธ์กับ keyword ที่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของคุณนิยมใช้ (ศึกษาได้จาก Google Search) เพื่อให้ระบบ algorithm ของ search engine สามารถหาประมวลผลหาเว็บไซต์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้แต่ละรายได้ดียิ่งขึ้น

2. Off-Page SEO ได้แก่ การทำ Back Link หรือลิงค์เชื่อมโยงเว็บไซต์ภายนอกเข้ามาสู่เว็บไซต์ของคุณ จึงทำให้คุณมีลูกค้าจากแหล่งต่าง ๆ มากขึ้น (โดยอาจจะเป็นผู้ที่ต้องการสินค้าที่ช่วยแก้ปัญหาที่กำลังประสบอยู่) ผลลัพธ์ คือ ทำให้คุณมีโอกาสขายสินค้ามากยิ่งขึ้น แม้ว่าลูกค้าเหล่านั้นจะไม่ได้รู้จักเว็บไซต์หรือแบรนด์ของคุณมาก่อนเลย

ก่อนทำ SEO ต้องรู้อะไรบ้าง

การทำ SEO สามารถทำได้ด้วยตัวเองหรือจะจ้างบริษัทผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาเว็บไซต์ SEO ก็ได้ ทั้งนี้ มีข้อจำกัดว่าการทำ SEO นั้น จะต้องมีระยะเวลาในการสะสมเนื้อหาที่มากเพียงพอหรือ Useful Content

จึงจะทำให้ระบบอัลกอรึทึ่มของ search Engine ถูกประมวลออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพว่าเว็บไซต์ของคุณมีคุณภาพสูงและเหมาะแก่การที่จะนำเสนอแก่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลา 2 – 3 เดือน ขึ้นไปหรือแม้แต่กระทั่ง 1 ปีสำหรับธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง

การทำ SEO จึงไม่สามารถจะหวังผลได้อย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับการทำโฆษณาที่คุณจ่ายเงินก้อนหนึ่งแล้วก็หวังได้ว่าจะมีลูกค้าติดต่อเข้ามาหลังจากได้เห็นโฆษณาในทันที

ข้อดีของ SEO

แม้จะมีข้อจำกัดที่กล่าวมา แต่การทำ SEO ก็มีข้อดีที่สำคัญ คือมีโอกาสสูงที่ลูกค้าของคุณนั้นจะกลายเป็นลูกค้าประจำที่ยาวนานกว่า เพราะการทำ SEO ที่มีคุณภาพจะทำให้มีลูกค้าติดตามเว็บไซต์คุณ จากการอ่านบทความที่ให้สาระประโยชน์ สื่อที่น่าสนใจและแตกต่างจากธุรกิจเจ้าอื่น

SEO สิ่งที่คุณต้องรู้เพื่อขายออนไลน์

หากคุณให้ความสำคัญกับคุณภาพของบทความ สื่อประกอบที่สร้างสรรค์ การออกแบบเว็บไซต์ให้ใช้งานง่ายทั้งบน pc และมือถือ ควบคู่กับการติดตามเทรนด์ใหม่ ๆ เสมอ จะทำให้คุณได้รับความคุ้มค่าจากการทำ SEO โดยไม่จำเป็นต้องไปเสียค่าโฆษณา ก็สามารถได้ลูกค้าเพิ่มขึ้นจากการทำ SEO อย่างแน่นอน