โรคหน้าร้อนที่พบบ่อย

ในช่วงฤดูร้อนของทุกปี ประมาณเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม จะเป็นช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคตามฤดูกาลหลายชนิด หากเราไม่เตรียมพร้อมและดูแลสุขภาพตัวเองและคนในครอบครัวให้ดี อาจทำให้เกิดความเจ็บป่วยและกระทบต่อคุณภาพชีวิตและประสิทธิภาพในการทำงานได้ เรามาดูกันว่ามีโรคอะไรบ้างที่ต้องระมัดระวัง

1.ผิวไหม้แดดและฝ้า
อาการผิวหนังอักเสบจากรังสียูวีจากแสงอาทิตย์ เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยยิ่งขึ้นในระยะหลายปีมานี้ โดยเฉพาะผู้ที่สัมผัสกับแสงแดดโดยตรงในช่วงเวลากลางวันตั้งแต่ 10:00 น. ถึง 17:00 น. วิธีป้องกันคือ ทาครีมกันแดดเป็นประจำก่อนออกแดดครึ่งชั่วโมง และใช้อุปกรณ์ป้องกัน เช่น ร่มและหมวก เมื่ออยู่กลางแจ้งเสมอ

มิฉะนั้นจะเกิดปัญหาที่ตามมาคือ ผิวหนังอักเสบ มีความหมองคล้ำ และเป็นฝ้ากระ ซึ่งต้องใช้เวลาในการรักษาหลายเดือน หากผิวหนังไหม้แดดมาก อาจนำไปสู่การเป็นโรคมะเร็งผิวหนังในอนาคตได้ด้วย

2.โรคลมแดด
ประเทศไทยถือว่าเป็นเมืองร้อน ไม่ควรยืนทำงานกลางแจ้งเป็นเวลานานเกินไปในช่วงฤดูร้อน เช่น งานเกษตรกรรม ก่อสร้าง ออกกำลังกายกลางแจ้ง ฯลฯ เพราะอาจเกิดภาวะลมแดดหรือฮีทสโตรกได้ ปัญหานี้เป็นเรื่องที่เคยเป็นข่าวอยู่หลายครั้ง เนื่องจากภาวะความร้อนรอบตัวที่สูงจนทำให้อุณหภูมิภายในร่างกายสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนมากกว่า 40 องศาเซลเซียส

ทำให้เกิดอาการสูญเสียน้ำจากร่างกายอย่างรวดเร็ว จะมีอาการวิงเวียน ปวดหัว หายใจเร็ว อาเจียนและชักหมดสติได้ ดังนั้น ในช่วงฤดูร้อนควรดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้ว และหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีอุณหภูมิร้อนจัด

3.ผดผื่นผิวหนัง
อาการผดผื่นนั้นพบได้กับคนที่ผิวแพ้ง่าย โดยเฉพาะอาการแพ้เหงื่อตัวเอง ที่จะทำให้มีอาการปวดแสบปวดร้อน แดงคันที่บริเวณข้อพับ เช่น รักแร้ ข้อพับแขนขา โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่ผิวบอบบาง หากเหงื่อออกจะมีอาการมาก

ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายและผู้ปกครองที่มีบุตรหลานวัยเล็ก จึงต้องสังเกตความผิดปกติบนผิวหนัง และหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีความร้อนชื้นด้วย

4.อาหารเป็นพิษ
ในช่วงหน้าร้อน แมลงวันจะขยายพันธุ์มากขึ้น อาหารที่จะรับประทานทุกมื้อ จึงต้องปรุงให้สุกและทำใหม่ ๆ จะปลอดภัยกว่าการรับประทานอาหารค้างเก่า หรืออย่างน้อยก็ต้องนำไปเข้าไมโครเวฟให้นานเพียงพอ เพื่อให้ความร้อนฆ่าเชื้อโรค

มิฉะนั้น จะเสี่ยงอย่างยิ่งต่อภาวะอาหารเป็นพิษ ทำให้มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ฯลฯ หากสูญเสียน้ำและเกลือแร่มาก อาจเป็นลม ชัก หมดสติ หรือถึงขั้นเสียชีวิตได้

ในช่วงฤดูร้อน เราต้องระมัดระวังปัญหาสุขภาพหลายด้าน ด้วยการใส่ใจความสดใหม่สะอาดของอาหาร การดื่มน้ำเพื่อชดเชยการสูญเสียเกลือแร่ให้เพียงพอ สวมใส่เสื้อผ้าที่เหมาะสม พกพาอุปกรณ์ป้องกันความร้อนและรังสีจากแสงแดด จะช่วยลดความเสี่ยงดังกล่าวข้างต้นได้

เรื่องจริง คนชอบสระผมแล้วรีบนอนต้องรู้

เรื่องจริง คนชอบสระผมแล้วรีบนอนต้องรู้

ปัจจุบันคนจำนวนมากนิยมสระผมก่อนนอนมากกว่าเวลาเช้า เพราะความเร่งรีบไปทำงาน ซึ่งมีการเก็บข้อมูลทางการแพทย์พบว่าจะสร้างปัญหาต่อระบบร่างกายหลายส่วนในระยะยาว เรามาดูกันว่า ข้อเท็จจริงทางการแพทย์ที่คนชอบสระผมแล้วรีบเข้านอนควรรู้ มีอะไรบ้าง

  1. ทำให้ติดเชื้อราบนหนังศีรษะง่าย

การสระผมในช่วงเวลากลางคืน ถ้าไม่ใช้พัดลมหรือไดร์เป่าให้ผมแห้งสนิทก่อนนอน จะทำให้มีเปอร์เซ็นต์สูงที่จะติดเชื้อราบนหนังศีรษะ เนื่องจากเชื้อรากับความชื้นเป็นของคู่กัน ความอับชื้นที่เกิดขึ้นบนหนังศีรษะบ่อยครั้ง จะทำให้เกิดอาการกลากเกลื้อนบนหนังศีรษะ อันเป็นต้นเหตุของรังแค คันและหนังศีรษะหลุดลอกเป็นเกล็ด นอกจากส่งผลต่อบุคลิกภาพแล้ว ยังทำให้ต้องใช้ยารับประทานและยาหมักฟอกผมสูตรฆ่าเชื้อราอีกนานหลายเดือนด้วย

  1. ทําให้รากผมอ่อนแอร่วงง่าย

การมีความชื้นอยู่ที่หนังศีรษะนานในช่วงเวลานอนหลายชั่วโมง จะส่งผลให้รากผมไม่แข็งแรง ผมร่วงง่าย การที่เส้นผมบางจะทำให้คุณดูแก่กว่าวัยด้วย หากตื่นนอนขึ้นมาแล้วคุณสังเกตว่ามีเส้นผมขาดหลุดร่วงอยู่บนปลอกหมอนและที่นอนจำนวนมากกว่าปกติ ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น เปลี่ยนเวลาการสระผมและเช็ดผมให้แห้งสนิท หากไม่ดีขึ้นควรรีบพบแพทย์เฉพาะทางด้านเส้นผมและหนังศีรษะ

  1. ติดเชื้อแบคทีเรียบนผิวหนังง่าย

การที่เรานอนบนหมอนโดยที่ผมยังเปียกชื้น จะมีการสะสมของเชื้อโรคบนเครื่องนอนได้มากกว่าปกติ เพราะในแต่ละคืนจะมีเซลล์เก่าที่หลุดลอกจากหนังศีรษะ รากผม ผิวหนัง ขี้ไคล ฯลฯ ที่ไปรวมกันบนปลอกหมอน ผ้าห่มและที่นอน จึงเกิดการเติบโตของแบคทีเรียชนิดร้าย ซึ่งเป็นต้นเหตุของอาการแพ้คันผิวหนัง เป็นสิว เกิดตุ่มผดผื่น บริเวณใบหน้าและลำคอ ไหล่หลังได้ง่ายด้วย

  1. เป็นหวัดหรือปวดหัวง่าย

การไม่เช็ดผมให้แห้งสนิทก่อนนอน จะทำให้อุณหภูมิของร่างกายมีความแตกต่างกันในบริเวณหนังศีรษะและอุณหภูมิร่างกายส่วนที่เหลือ จึงทำให้ระบบของร่างกายต้องทำงานหนักในการปรับสมดุล มีการหดตัวของเส้นเลือดที่ศีรษะ ทำให้ระบบภูมิต้านทานอ่อนแอในการต่อสู้กับเชื้อโรค จึงทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นหวัด และมีอาการปวดหัวโดยไม่ทราบสาเหตุได้บ่อย ๆ

จะเห็นได้ว่า มีหลายอย่างที่อาจตามมาได้ หากคุณชอบสระผมตอนกลางคืน แล้วไม่ได้เช็ดผมให้แห้งสนิท ซึ่งคนจำนวนไม่น้อยละเลยการดูแลตัวเองในประเด็นนี้ไป เราหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกท่านตระหนักถึงความสำคัญของรายละเอียดในชีวิตประจำวัน เพื่อให้สุขภาพแข็งแรง ปลอดจากโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ได้มากที่สุด