เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับโรคออฟฟิศซินโดรม

อาการโดยทั่วไปของผู้ที่มีโรคออฟฟิศซินโดรม

คนทำงานออฟฟิศและวัยเรียนจำนวนมาก มีปัญหาการปวดไหล่ หลังและบริเวณช่วงคอ เพราะการนั่งทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยเฉพาะคนที่นิยมผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์และเล่นเกมส์ออนไลน์ที่ใช้เวลาต่อเนื่อง 3-4 ชั่วโมง แทบไม่ได้ลุกไปเปลี่ยนอิริยาบถ ทำให้เพิ่มความเสี่ยงการเป็นโรคออฟฟิศซินโดรมได้

โรคออฟฟิศซินโดรม ในทางการแพทย์ หมายถึง อาการปวดที่เกิดจากการใช้กล้ามเนื้อมัดเดิมในการทำงานซ้ำ ๆ อย่างต่อเนื่อง จึงทำให้เกิดอาการเกร็งตัวและปวดแบบเรื้อรัง มีการกดทับที่เส้นประสาทบริเวณนั้น และมีอาการชาที่ปลายนิ้วมือและแขน หากมีภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วนด้วย ก็จะกดทับกล้ามเนื้อจนปวดมากถึงขั้นต้องฝังเข็มหรือผ่าตัดด้วย

อาการโดยทั่วไปของผู้ที่มีโรคออฟฟิศซินโดรม มีได้หลายส่วนตามระบบร่างกาย ได้แก่

  • ปวดศีรษะและดวงตาพร่า เนื่องจากการใช้สายตาและมีความเครียดสะสมสูง ลักษณะคล้ายกับเป็นไมเกรน ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการคิดและการมีสมาธิในการทำงานอย่างมาก
  • ภาวะปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ ทั้งช่วงบนและช่วงล่างของร่างกาย ทำให้เกิดอาการตึงและเจ็บจากเส้นเอ็นทับเส้นประสาทได้
  • อาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงและเหน็บชา จากการนั่งอยู่กับที่เป็นเวลานาน หรือมีท่านั่งที่ไม่เหมาะสม เช่น นั่งไขว่ห้าง จึงทำให้การไหลเวียนเลือดผิดปกติ
  • ภาวะนิ้วล็อก จากการใช้นิ้วเคลื่อนเมาส์ หรือจับปากกาทำงานคอมพิวเตอร์กราฟิกต่อเนื่องเป็นเวลานาน เส้นเอ็นที่บริเวณนิ้วและข้อมือจึงอักเสบ
  • ปัญหานอนไม่หลับ หรือหลับไม่สนิท เกิดจากความเครียดสะสมและอาการปวดเรื้อรังที่มาจากออฟฟิศซินโดรม

การป้องกันตนเองให้ห่างไกลจากโรคออฟฟิศซินโดรมทำได้ง่าย ๆ จากการปรับอิริยาบถในการทำงาน เช่น

การลุกขึ้นเดินยืดเส้นยืดสายทำท่ากายบริหารทุก ๆ 30 ถึง 50 นาที เพื่อให้กล้ามเนื้อแต่ละส่วนได้ผ่อนคลายลง

การพักสายตาด้วยการมองต้นไม้ระยะไกลและหลับตานิ่ง ๆ สัก 5 นาที

การเดินออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์นอกห้องแอร์เป็นระยะ เพื่อเพิ่มระดับออกซิเจนในกระแสเลือด จะลดความเสี่ยงปวดศีรษะได้

ปรับเปลี่ยนองศาของจอคอมพิวเตอร์ ให้ขอบบนของจออยู่ในระดับเดียวกับสายตา เพื่อไม่ให้เกิดการเงยหรือก้มหน้ามากเกินไป

เลือกเก้าอี้นั่งทำงานที่มีความนุ่มของเบาะเหมาะสม ไม่แข็งหรือนุ่มเกินไป

ควบคุมน้ำหนัก เพื่อให้มีสัดส่วนของมวลกล้ามเนื้อมากกว่าไขมัน จะทำให้กล้ามเนื้อมีความแข็งแรง และมีการยืดหยุ่นดียิ่งขึ้น

ใช้อุปกรณ์เสริมรองข้อมือเวลาใช้เมาส์เล่นคอมพิวเตอร์ หรือซื้อเบาะนั่งที่มีสปริงยืดหยุ่นดี มาหนุนเสริมเบาะนั่งปกติ

ถ้าปฏิบัติตามที่กล่าวมาแล้ว อาการของคุณยังไม่ดีขึ้น จำเป็นต้องใช้ยารับประทาน หรือหากมีอาการมาก ควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างจำเพาะเจาะจงต่อไป

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับโรคออฟฟิศซินโดรม