เทคนิคที่ทำให้ประหยัดเงินในกระเป๋ามากกว่าเดิม 2565

ในช่วงหลายปีมานี้ เราทุกคนได้รับผลกระทบทางด้านการงานและการเงินจากไวรัสโควิดระบาด จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องมองหาวิธีประหยัดรายจ่ายในช่วงที่ยังเพิ่มรายได้ไม่ค่อยไม่ได้มากอย่างภาวะปกติ วิธีการที่ได้ผล มีดังนี้

ทำงานจากที่บ้าน : ทำงานที่บ้านหรือ WFH – work from home เป็นเทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยมมาก ทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้หลายพันบาท นอกจากไม่ต้องจ่ายค่าน้ำมันรถแล้ว ยังทำให้มีเวลารับงานเสริมอื่น ๆ และให้เวลาแก่ครอบครัวมากขึ้นด้วย

นำเสื้อผ้ามามิกซ์แอนด์แมทช์ : การมิกซ์แอนด์แมตช์เป็นสิ่งบ่งบอกว่าเรารู้จักใช้เงินอย่างดีที่สุด โดยการนำของที่มีอยู่ในตู้เสื้อผ้า ตั้งแต่หมวก เสื้อ กระโปรง เดรส กางเกง รองเท้า ผ้าพันคอ ฯลฯ มาผสมผสานออกมาให้เหมือนเป็นชุดใหม่ในแต่ละวัน ทำให้ประหยัดรายจ่ายค่าเสื้อผ้าใหม่ ๆ ได้เดือนละหลายพันบาท

รับประทานอาหารที่ทำเอง : การสั่งซื้ออาหารออนไลน์ยังเป็นสิ่งที่ทำได้สำหรับอาหารมื้อพิเศษหรือทำยาก แต่หากเป็นมื้ออาหารประจำวัน เช้า กลางวัน เย็น คุณจะประหยัดได้หากเรียนรู้การทำเอง เช่น ผัดกะเพรา ต้มยำ แกงจืด ผัดผัก ฯลฯ โดยศึกษาคลิปสอนจาก YouTube และทำบ่อย ๆ ก็จะอร่อยขึ้นเรื่อย ๆ และจะมีเงินเก็บมากขึ้นเดือนละหลายพันบาท

ใช้อินเทอร์เน็ตบ้าน : การใช้อินเทอร์เน็ตจากโทรศัพท์มือถือรายเดือน อาจต้องลดลงไปเป็นจ่ายรายวันที่ออกจากบ้าน เพราะสมัยนี้มี wifi บ้านจากหลายค่าย เช่น ทีโอที ทรู ฯลฯ ที่สามารถแชร์สัญญาณใช้พร้อมกันได้หลายเครื่องในบ้าน เมื่อหารค่าใช้จ่ายกันจะเสียค่าอินเทอร์เน็ตเพียง1-200 บาทต่อเดือน

วางแผนให้ดีก่อนการช้อปปิ้ง : การช้อปปิ้งแต่ละครั้งต้องเสียทั้งค่าน้ำมันเชื้อเพลิงและอาจจะถูกเชิญชวนจากโปรโมชั่นสิ่งของที่น่าซื้อกินซื้อใช้มากมายในห้างสรรพสินค้า หากอยากประหยัดให้มากกว่าเดิมก็ต้องจดบันทึกสิ่งที่จำเป็นต้องซื้อจริง ๆ คำนวณเอาไว้ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายเท่าใด จะทำให้ตัดใจไม่ซื้อสิ่งของฟุ่มเฟือยได้

ดูหนังจากมือถือแทนโรงหนัง : ในปัจจุบันมีโรงหนังเริ่มเปิดให้บริการอีกครั้งหลังต้องปิดในช่วงโควิด คุณอาจไปดูในโรงหนังได้ในโอกาสพิเศษ แต่หากจะดูหนังเพื่อความบันเทิงที่ประหยัดและดูได้บ่อย ๆ ช่องทางที่คนนิยมกันตอนนี้คือดูในแอปพลิเคชันหนังในมือถือซึ่งมีหลายค่าย ทั้งยังหารค่าบริการรายเดือนกับเพื่อนสนิทของคุณได้ด้วย

การควบคุมค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันในยุคนี้เป็นเรื่องที่ต้องทำหลาย ๆ อย่างพร้อมกัน ทั้งการรับประทานอาหาร ซื้อเสื้อผ้าสิ่งของเครื่องใช้ เลือกรูปแบบการทำงาน และการปรับประยุกต์ใช้ของที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ก็จะทำให้เราทุกคนประหยัดขึ้นได้ตามต้องการ

ปัญหาครอบครัว จากการมีลูกเมื่อไม่พร้อม

ปัจจุบันพบว่ามีปัญหาการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร จากการอยู่ก่อนแต่งมากขึ้นและเกิดการมีบุตรโดยที่ไม่สามารถเลี้ยงดูได้ จึงเป็นปัญหาสังคมที่ทำให้มีเด็กถูกทิ้งตามสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าหรือถูกเข้าสู่กระบวนการค้ามนุษย์มากมาย เราทุกคนจึงต้องตระหนักถึงปัญหานี้และร่วมกันป้องกันคนในครอบครัวให้มากขึ้น

เสียการเรียน : หากวัยรุ่นที่เรียนมัธยมหรือมหาวิทยาลัยมีลูกโดยไม่ได้วางแผนเอาไว้ล่วงหน้า จะส่งผลต่อสภาพจิตใจ ทำให้อับอายเพื่อนฝูงวัยเดียวกัน ทั้งยังต้องทุ่มเทเวลากับการเลี้ยงดูลูก จึงทำให้ส่วนใหญ่ต้องลาออกจากโรงเรียน เพื่อมาเลี้ยงดูลูกและหางานทำเพื่อประคองค่าใช้จ่ายรายวัน เรียกได้ว่าเป็นการบั่นทอนอนาคตที่จะได้ทำงานที่มีค่าตอบแทนสูงและมีความมั่นคงในอนาคตไปด้วย

กลายเป็นพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวแบบทุกข์ใจ : ปัญหาพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวจะไม่เป็นเรื่องที่น่าหนักใจ หากอยู่ในวัยทำงานแล้วมีความมั่นคงและตัดสินใจที่จะแยกทางกันอย่างมีวุฒิภาวะสูง แต่การเป็นพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวที่เกิดจากการตั้งครรภ์ไม่พร้อมในช่วงวัยรุ่น จะเป็นการเลิกรากันไปแบบสร้างความบาดหมางและสร้างแผลในใจไปนาน และยังต้องรบกวนให้พ่อแม่ผู้ปกครองของพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวนั้นมาคอยดูแลอย่างใกล้ชิดอีกด้วย

เด็กขาดความอบอุ่น : เด็กที่เกิดขึ้นในครอบครัวหรือสิ่งแวดล้อมที่ไม่พร้อม มักจะถูกเพื่อนฝูงล้อเลียนเมื่อโตขึ้น กลายเป็นปมด้อยจากการขาดความอบอุ่น ไม่มีพ่อแม่ที่พร้อมให้คำแนะนำปรึกษาดูแลในด้านต่าง ๆ เท่าที่ควร ทั้งยังขาดต้นแบบที่ดีในการใช้ชีวิตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพอีกด้วย อาจเสียสังคมหนีไปเล่นพนันจากการลุ้นโปรแกรมบอลแทนซึ่งนั่นคือช่องทางที่แย่สำหรับเหล่าเด็กกลุ่มนี้

เสี่ยงต่อปัญหายาเสพติด : คนจำนวนไม่น้อยหาทางออกจากปัญหาเครียด ๆ ด้วยการเล่นการพนัน ติดเหล้า เสพยา ฯลฯ ซึ่งทำให้เสียทั้งเงินทอง สุขภาพกายและใจ และในระยะยาวยังเสี่ยงต่อการเป็นโรคทางสมองอันมาจากฤทธิ์หลอนประสาทของยาเสพติดได้อีกด้วย ทั้งวัยรุ่นที่เป็นพ่อแม่และเด็กที่เติบโตในครอบครัวที่ไม่พร้อม จะมีความเสี่ยงต่อปัญหานี้เท่า ๆ กัน

มีลูกเมื่อไม่พร้อมไม่ใช่แค่ปัญหาชั่วคราว แต่กลายเป็นปัญหาครอบครัวที่อยู่ยาวตลอดชีวิตของเด็กได้ เพราะครอบครัวส่วนใหญ่ยังมีปัญหาด้านเงินทองและการงานที่มั่นคง หากต้องเลี้ยงดูเด็กที่เกิดใหม่ในภาวะที่ไม่พร้อมและพ่อแม่เด็กก็เป็นวัยรุ่น ก็ยิ่งทำให้ครอบครัวลำบากขึ้น ดังนั้น เราทุกคนต้องร่วมมือกันป้องกันปัญหานี้ด้วยการให้วัยรุ่นตระหนักถึงความสำคัญในการป้องกันเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรและใช้อุปกรณ์ป้องกันการตั้งครรภ์ให้มากยิ่งขึ้น

เช็คลิสต์สรรพคุณของน้ำผึ้ง เพราะอะไรจึงควรมีติดบ้าน

น้ำผึ้ง ผลิตผลจากธรรมชาติที่เชื่อว่าทุกคนน่ารู้จักเป็นอย่างดี นอกจากสีสันน่าทานแล้วยังมาพร้อมรสชาติหวานอร่อย มีกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ และนอกจากจุดเด่นของน้ำผึ้งคือรสชาติหอมหวานจนเป็นเครื่องดื่มโปรดปรานของใครหลายคน รู้หรือไม่ว่าน้ำผึ้งยังมาพร้อมสรรพคุณมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสรรพคุณที่ดีต่อร่างกายและยังมีประโยชน์ด้านความสวยความงาม จนทำให้ต้องมีติดบ้าน รับรองว่าต้องได้ใช้ประโยชน์จากน้ำผึ้งอย่างแน่นอน

น้ำผึ้งกับสรรพคุณที่ดีต่อร่างกาย

สำหรับใครที่เป็นสายรักสุขภาพ บอกเลยว่าต้องดื่มน้ำผึ้งเป็นประจำเพราะน้ำผึ้งมาพร้อมคุณค่าสารอาหารมากมาย โดยความหวานที่ได้จากน้ำผึ้งเป็นความหวานจากธรรมชาติ ประกอบด้วยแร่ธาตุและวิตามิน ซึ่งน้ำผึ้งนำมาออกแบบเมนูได้หลายเมนู เช่น ใช้ชงกาแฟเพื่อให้ความหวานแทนน้ำตาล การปั่นรวมกับผลไม้เพื่อเพิ่มรสชาติ หรือการผสมกับน้ำอุ่นและน้ำมะนาว เพื่อดื่มเรียกความสดชื่นแก่ร่างกาย

น้ำผึ้งมีคุณประโยชน์ต่อร่างกายหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น ช่วยให้นอนหลับง่าย ผู้ที่มีปัญหานอนไม่หลับจึงควรดื่มเป็นประจำ ลดการอักเสบภายในร่างกาย หากมีอาการไอเรื้อรังแนะนำให้ดื่มน้ำผึ้งเพราะมีสรรพคุณช่วยให้ชุ่มคอ บรรเทาอาการไอ ความหวานของน้ำผึ้งยังช่วยให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า เมื่อรู้สึกเหนื่อยหรือเพลียเพียงผสมกับน้ำอุ่นแล้วดื่มจะรู้สึกว่าร่างกายสดชื่นทันที ที่สำคัญยังช่วยบรรเทาความเครียดเพราะความหวานจากน้ำผึ้งช่วยกระตุ้นฮอร์โมนแห่งความสุข ช่วยให้คลายเครียดได้อย่างไม่น่าเชื่อ

น้ำผึ้งกับประโยชน์ด้านความงาม

ไม่เพียงแต่ประโยชน์ต่อร่างกายเท่านั้น เพราะยังมีประโยชน์ด้านความงาม น้ำผึ้งจึงเป็นไอเทมที่สาว ๆ ควรมีไว้ติดบ้าน สำหรับประโยชน์ด้านความงามมีอยู่หลายอย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น การนำมาพอกหน้า โดยสามารถเนรมิตผิวสวยด้วยน้ำผึ้งได้ เพียงนำน้ำผึ้งผสมกับโยเกิร์ตรสธรรมชาติ จากนั้นพอกหน้า 10-15 นาทีและล้างออก สังเกตว่าผิวกระจ่างใสขึ้นและนุ่มขึ้นจนรู้สึกได้ หรือหากอยากผมสวยมีน้ำหนัก แนะนำให้ผสมน้ำผึ้งกับไข่แดง จากนั้นหมักผม 20-30 นาที และสระผมด้วยขั้นตอนปกติ เพียงเท่านี้ผมก็มีน้ำหนัก จัดทรงง่าย นอกจากนี้หลายคนยังนำไปทาริมฝีปากเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ลดอาการปากแห้งแตกได้อีกด้วย

และทั้งหมดนี้คือสรรพคุณของน้ำผึ้งที่ไม่ได้มีดีแค่รสชาติอร่อยเท่านั้น แต่ยังมาพร้อมประโยชน์ดี ๆ ทั้งต่อร่างกายและความงาม เพราะเหตุผลเหล่านี้จึงทำให้ทุกบ้านควรมีน้ำผึ้งติดไว้ รับรองว่าหากดื่มเป็นประจำร่างกายจะได้ประโยชน์แบบเต็ม ๆ แต่ถึงอย่างนั้นอย่าลืมเก็บรักษาอย่างถูกต้อง นั่นคือ ไม่ควรเก็บไว้ในตู้เย็น ควรเก็บภายในอุณหภูมิปกติ นอกจากนี้ควรปิดฝาให้สนิทเสมอเพื่อไม่ให้มดเข้าไปในขวด ที่สำคัญควรวางให้พ้นแสงแดดเพื่อไม่ให้เสียคุณค่าทางอาหาร

Canva.com ช่องทางสร้างรายได้ออนไลน์รูปแบบใหม่

สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นสินทรัพย์ที่กำลังเป็นที่นิยมในโลกออนไลน์และมีความต้องการเพิ่มมากขึ้น ซึ่งงานออกแบบต่าง ๆ ถือเป็นเครื่องมือที่ช่วยดึงดูดความน่าสนใจของกลุ่มเป้าหมายบนโลกโซเชียลได้ดีกว่าแต่การออกแบบและตกแต่งรูปภาพ หรือเทมเพลตบนโปรแกรม Photoshop ใช้งานได้ยาก จึงทำให้ Canva.com จึงกลายเป็นที่นิยมในหมู่นักออกแบบมากขึ้น สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่า canva.com คือ อะไร? มีจุดเด่นและสามารถสร้างรายได้อย่างไร? เรามีคำตอบ

canva.com คือ เครื่องมือที่ช่วยให้การออกแบบให้เป็นเรื่องง่าย มีฟังก์ชันการทำงานที่หลากหลาย ครอบคลุมการออกแบบงานหลายประเภท เช่น การออกแบบภาพปก Facebook, การออกแบบโลโก้, การออกแบบใบปลิว หรืองานออกแบบอินโฟกราฟฟิก เป็นต้น

canva ดียังไง? ข้อดีของการใช้งาน Canva.com ในการออกแบบ ได้แก่ มีฟังก์ชันหลากหลายและใช้งานง่าย, สามารถใช้งานฟรีได้แบบไม่จำกัดเวลาและมีตัวอย่างเทมเพลตให้นำไปเป็นไอเดียได้ เป็นต้น ทำให้หลายคนนำจุดเด่นเหล่านี้มาใช้ในการสร้างรายได้บนโลกออนไลน์รูปแบบใหม่ โดยไอเดียในการสร้างรายได้จาก canva.com มีดังนี้

1.สร้างรายได้จากการออกแบบ Templates เทมเพลต คือแบบฟอร์มที่สามารถนำมาใส่ข้อมูลและนำไปโพสต์ยังสื่อโซเชียลต่าง ๆ ซึ่งผู้ที่ต้องการใช้ Templates ได้แก่ ผู้ออกแบบเว็บไซต์, นักเรียน, นักขายของออนไลน์ เป็นต้น เนื่องจากการใช้เทมเพลตจะช่วยดึงดูดความน่าสนใจให้กับผลงานได้ นอกจากนี้ยังสามารถทำเทมเพลตขายบน Canva.com ได้ด้วย

2.สร้างรายได้จากการทำ E-book หากคุณเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะทางและเป็นที่ต้องการของตลาด การทำ e-book ความรู้ขายเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่สามารถสร้างรายได้เข้ากระเป๋าได้ง่าย ๆ ซึ่งการทำ e-book บน canva.com จะช่วยอำนวยความสะดวกในการสร้างไฟล์ที่สวยงาม น่าสนใจและง่ายต่อการดาวน์โหลดไฟล์ออกมาขาย

3.รับจ้างทำงานออกแบบ ฟังก์ชันการทำงานบน canva.com มีความหลากหลายทั้งการสร้างโบรชัวร์, สร้างงานพรีเซนเทชั่น, ออกแบบการ์ดอวยพร, ออกแบบ Resume, สร้างงานอินโฟกราฟฟิก และการสร้างโลโก้ เป็นต้น

ช่องทางในการนำผลงานที่สร้างสรรค์เอาไว้ใน canva.com ไปโพสต์เพื่อสร้างรายได้ เช่น Creative Market, Etsy, Design Bundles, Ladyboss Biz Boutique, Design Cuts, Creative Fabrica หรือ Facebook เป็นต้น

โดยวิธีการเริ่มต้นสร้างรายได้จาก canva.com เริ่มจากการลงทะเบียนเป็นสมาชิกด้วยการกรอกข้อมูลที่เว็บไซต์ www.canva.com/th_th/login, เลือกเป้าหมายที่จะสร้างสรรค์ไอเดียเพื่อสร้างรายได้และลงมือออกแบบตกแต่งผลงานได้เลย จากนั้นบันทึกรูปแบบผลงานแล้วแชร์ไฟล์เพื่อนำมาโพสต์ขาย

แม้ว่า canva.com จะเป็นเว็บไซต์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการออกแบบให้เป็นเรื่องง่าย แต่ยังไม่แพร่หลายมากนักในประเทศไทย ทำให้เราสามารถใช้ช่องว่างทางการตลาดนี้สร้างรายได้เข้ากระเป๋าแบบง่าย ๆ ซึ่งมีแนวโน้มกำลังเป็นที่ต้องการมากขึ้นในอนาคต

ชวนรู้จักโรคทางจิตเวชที่พบบ่อย

ปัจจุบันมีการเก็บสถิติพบว่าทั่วโลกมีจำนวนผู้ป่วยจิตเวชสูงขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากภาวะกดดันทางสภาพเศรษฐกิจ สังคม รวมถึงปัญหาภายในครอบครัว เราจึงควรรู้ว่าโรคทางจิตเวชโดยทั่วไปแล้วมีกี่อย่าง และมักมีอาการอย่างไรบ้าง เพื่อการสังเกตตัวเองและคนรอบข้าง หากพบความผิดปกติจะได้รีบดำเนินการรักษาอย่างรวดเร็ว

1.โรคแพนิค
อาการตื่นตระหนกหรืออาการแพนิคเป็นความหวาดกลัวที่มากกว่าปกติ ทำให้หัวใจบีบตัวแรงและเร็วกว่าปกติ เกิดภาวะใจสั่น บางรายจะรู้สึกแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก วิงเวียนจะเป็นลม มักเกิดกับคนที่เคยมีประสบการณ์เลวร้ายมาก่อน เช่น เคยติดอยู่ในลิฟท์ เคยอยู่ในเหตุการณ์สึนามิ ฯลฯ ทำให้เมื่อเจอเหตุการณ์คล้าย ๆ เดิมจะหวาดกลัวอย่างมาก จำเป็นต้องปรึกษาจิตแพทย์เพื่อรักษาอย่างถูกต้อง

2.โรคซึมเศร้า
อาการซึมเศร้าสามารถเกิดได้กับทุกคนแต่จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ไม่เกิน 2 สัปดาห์หลังจากผิดหวังจากเรื่องบางอย่าง เช่น อกหัก สอบตก โดนไล่ออก ฯลฯ แต่หากมีอาการเบื่อหน่ายทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว รู้สึกขาดคุณค่าในตัวเอง ไม่มีเป้าหมายในชีวิต จนถึงอยากฆ่าตัวตายเพราะไม่รู้ว่าจะอยู่ไปเพื่ออะไร กรณีนี้คือกำลังป่วยเป็นโรคซึมเศร้าที่ต้องรีบพบแพทย์โดยด่วน เพื่อได้รับยาปรับสารเคมีในสมองให้อาการทุเลาโดยเร็ว

3.โรคจิตเภท
อาการหูแว่วหรือประสาทหลอนเห็นภาพบางอย่าง แล้วเกิดการพูดคนเดียว หัวเราะคนเดียว ลักษณะนี้จะเข้าข่ายโรคจิตเภท โดยเฉพาะหากเป็นนานเกิน 6 เดือน จะทำให้รักษาได้ยาก บางคนจำเป็นต้องใช้ยารักษาไปตลอดชีวิต และจำเป็นต้องมีญาติใกล้ชิดคอยดูแลอยู่ตลอดเวลา

4.โรคไบโพล่าร์
คนที่บางช่วงเวลาก็มีความเศร้าหดหู่ อยากเก็บตัวอยู่คนเดียว แต่บางช่วงเวลา ก็จะมีอารมณ์ดีเป็นพิเศษ กระฉับกระเฉง สนุกสนานร่าเริง เหมือนเป็นคนละคน ทางการแพทย์เรียกว่าโรคไบโพล่าร์ เป็นอาการป่วยทางจิตที่จำเป็นต้องได้รับยาและพูดคุยกับนักจิตวิทยาเพื่อบำบัดอย่างต่อเนื่อง

5.โรคสมองเสื่อมหลงลืม
ภาวะหลงลืมนั้นอาจจะเกิดได้กับคนทั่วไปในช่วงเวลาสั้น ๆ เช่น ลืมว่าเอากุญแจไว้ที่ไหน หรือวางโทรศัพท์ไว้ที่ใด แต่เมื่ออายุมากขึ้นจะมีความเสื่อมของสมองด้านความจำมากขึ้น ทำให้เป็นโรคสมองเสื่อม บางรายลืมว่าบ้านตัวเองอยู่ที่ไหน บ้างก็หลงลืมลูกหลานของตัวเอง หรือจำเรื่องราวในอดีตไม่ได้ ฯลฯ ทำให้มีผลเสียต่อสัมพันธภาพในครอบครัว และหากกลับบ้านไม่ถูกก็จะกลายเป็นคนเร่ร่อนได้

อาการป่วยทางจิต นอกจากเป็นผลเสียต่อตัวคนไข้เองแล้ว ยังกระทบต่อสัมพันธภาพกับคนรอบข้าง ถ้าเราไม่เรียนรู้เรื่องของตัวโรคไว้บ้าง อาจทำให้เราเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเพียงภาวะอารมณ์ชั่วคราว แล้วเกิดความโกรธเคืองกัน โดยที่หารู้ไม่ว่าเขากำลังเป็นคนป่วยที่จำเป็นต้องได้รับการรักษา เราหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกท่านเห็นความสำคัญของโรคทางจิตเวชมากขึ้น เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการดูแลตัวเองและคนรอบข้างต่อไป

แชร์เทคนิค Work – Life Balance อย่างไรให้งานรุ่ง ชีวิตปัง

เชื่อว่าปัญหาใหญ่ที่คนทำงานหนักต้องเจอคือการใช้ชีวิตแบบขาด Work – Life Balance เพราะแต่ละวันเวลาชีวิตมักหมดไปกับการทำงาน จนส่งผลต่อสุขภาพกายและสุขภาพใจ และแม้ว่า Work – Life Balance จะไม่ได้มีกฎตายตัวว่าต้องทำอย่างไร แต่อยากให้ลองติดตามเทคนิค Work – Life Balance แบบง่าย ๆ เพื่อการจัดการชีวิตให้สมดุล นอกจากช่วยให้งานรุ่งแล้ว สุขภาพยังดี แถมชีวิตยังปังอีกด้วย

เรียงลำดับความสำคัญของงาน
แม้การเรียงลำดับความสำคัญของงานจะเป็นเรื่องที่ควรทำจนเป็นนิสัย แต่สำหรับใครที่อยาก Work – Life Balance จำเป็นต้องให้ความสำคัญเรื่องนี้เป็นพิเศษ โดยทุกวันควรจดสิ่งที่ต้องทำและเรียงลำดับความสำคัญ จากนั้นจัดการงานที่สำคัญที่สุดหรืองานเร่งด่วนก่อนเสมอ เพื่อให้มีเวลาจัดการงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ต่อในช่วงเย็น ตัดปัญหาเรื่องการทำงานดึกดื่นไปได้เลย

ตั้งชั่วโมงทำงาน
ปกติคนเราจะทำงานวันละประมาณ 8 ชั่วโมง ซึ่งในความเป็นจริงแล้วคนที่ต้องรับบทหนักอาจมีชั่วโมงทำงานมากกว่านั้น และแม้จะต้องทำงานเกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน แต่ถึงอย่างนั้นก็ควรจำกัดชั่วโมงทำงานไว้เสมอ เช่น เวลาเลิกงาน คือ 6 โมงเย็น แต่หากวันใดปริมาณงานเยอะเป็นพิเศษอาจต่อเวลาทำงานอีก 1-2 ชั่วโมง เพื่อให้ตนเองได้พักผ่อน

บอกลาโซเชียลมีเดียบ้าง
ต้องยอมรับเลยว่าแต่ละวันคนเราใช้เวลาอยู่กับโซเชียลมีเดียค่อนข้างมาก แต่เพื่อการ Work – Life Balance อย่างมีประสิทธิภาพควรบอกลาโลกโซเชียลบ้าง หรืออาจจำกัดระยะเวลาเล่นโทรศัพท์มือถือ เช่น เล่นเฉพาะช่วงเช้าก่อนทำงานและช่วงเวลาพักกลางวัน เป็นต้น

แบ่งเวลาให้ตัวเองเสมอ
แม้ว่างานจะสำคัญมากเท่าไหร่ แต่อย่าลืมว่างานไม่ใช่ทุกอย่างในชีวิต เพราะฉะนั้นควรแบ่งเวลาให้ตนเองเสมอเพื่อทำในสิ่งที่ชอบ หากเป็นวันหยุดควรตัดเรื่องงานออกจากสมองและไปทำกิจกรรมสนุก ๆ เพื่อคลายเครียด หรือหลังจากเลิกงานแล้วอาจแวะซื้อของที่อยากได้หรือหาของกินอร่อย ๆ เพื่อไม่ให้เครียดมากเกินไป

ให้ความสำคัญกับการพักผ่อน
ไม่ว่าจะต้องรับบทหนักสักแค่ไหน แต่ควรให้ความสำคัญกับการพักผ่อนเสมอ เพราะหากร่างหายอ่อนเพลีย แน่นอนว่าในระยะยาวจะส่งผลเสียต่อสุขภาพ นอกจากงานจะไม่เดินแล้ว สุขภาพร่างกายยังทรุดโทรมอีกด้วย นอกจากนี้อย่าลืมแบ่งเวลาออกกำลังกายและเลือกทานอาหารดีมีประโยชน์ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งจากภายใน

ใครรู้ตัวว่าต้องรับบทหนักกับการทำงาน อย่าลืมจัดสมดุลชีวิตเสียใหม่ โดยนำหลักการ Work – Life Balance แบบง่าย ๆ นี้ไปปรับใช้ เพราะจะช่วยให้รับมือกับงานได้อย่างเป็นระเบียบและมีเวลาใช้ชีวิตในแบบที่ตนเองต้องการมากขึ้น เพียงเท่านี้สุขภาพกายและสุขภาพใจจะแข็งแกร่งไปพร้อมกัน รับรองว่าต้องมีความสุขในการใช้ชีวิตทุกวันอย่างแน่นอน

แนะนำ 5 ประโยชน์ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น

น้ำมันมะพร้าวมีมาช้านาน ภูมิปัญญาโบราณใส่ใจและค้นพบคุณสมบัติอันทรงคุณค่าของน้ำมะพร้าว และผสมผสานกลมกลืนจนกลายเป็นวิถีวัฒนธรรมในการดำเนินชีวิตของคนไทยมาแต่โบราณ ด้วยคุณสมบัติของน้ำมันมะพร้าวที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก สามารถแทรกซึมทำความสะอาดผิวได้สะอาดลึกถึงรูขุมขน ช่วยกระชับผิวพรรณให้เต่งตึง และยังมีประโยชน์อื่น ๆ ที่หลายคนยังไม่เคยรู้มาก่อน ดังนั้น วันนี้เราจะมาแนะนำ 5 ประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ที่ใช้ได้กับหลายส่วนของร่างกายตั้งแต่หัวจรดเท้า ประโยชน์ที่ว่านี้มีอะไรบ้างเราไปรู้จักพร้อม ๆ กันค่ะ

ประโยชน์ข้อที่ 1 ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์สมอง
การค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้วว่า กรดไขมันในน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น เป็นกรดไขมันสายกลาง (medium chain fatty acid) ซึ่งมีประโยชน์ช่วยกระตุ้นการทำงานและกระบวนการรับรู้ต่าง ๆ ของสมองและยังช่วยป้องกันไม่ให้เป็นโรคอัลไซเมอร์ได้อีกด้วย

ประโยชน์ข้อที่ 2 ช่วยบำรุงรักษาเส้นผมให้นุ่มนวลมีน้ำหนักและดูเงางาม
หลายคนคงเคยได้ยินสูตรน้ำมันมะพร้าวหมักผม เพื่อให้ผมดกดำเงางาม นุ่มสลวยมีน้ำหนักจัดทรงง่าย และดูเป็นธรรมชาติ วิธีการใช้น้ำมันมะพร้าวเพียงหยดลงบนฝ่ามือเล็กน้อย ทาและนวดให้ทั่วหนังศีรษะในปริมาณที่เหมาะสม จากนั้นค่อย ๆ นวดเบา ๆ ไปตามเส้นผมจากโคนจรดปลายผม หาหมวกคลุมผมครอบทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วสระออก เพียงเท่านี้เส้นผมของคุณก็จะดูมีน้ำหนักสลวยเงางามน่ามองมากขึ้น แถมยังช่วยชลอผมหงอกได้ด้วย

ประโยชน์ข้อที่ 3 น้ำมันมะพร้าวสกัดช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมันของร่างกาย
โภชนาการทางการแพทย์ระบุว่า น้ำมันมะพร้าวมี “ไขมันแคลอรีต่ำ” ช่วยลดความอยากอาหารทำให้อิ่มนานกว่าอาหารที่มีไขมันชนิดอื่น แถมยังมีแคลอรีน้อยกว่า จึงเป็นข้อดีสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมอาหารและโภชนาการเพื่อสุขภาพ เพราะกรดไขมันขนาดกลางในน้ำมันมะพร้าวจะถูกย่อยได้ง่าย เป็นกรดไขมันอิ่มตัว ไม่ถูกเติมออกซิเจนและไฮโดรเจนอันเป็นสาเหตุสำคัญของโรคอ้วนและโรคความจำเสื่อม ช่วยเร่งกระบวนการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย เมื่อไขมันจากน้ำมันมะพร้าวถูกนำไปใช้ได้ทั้งหมด ก็จะไม่มีเหลือสะสมในร่างกาย

ประโยชน์ข้อที่ 4 น้ำมันมะพร้าวสามารถเข้ากันได้กับอาหารและเครื่องดื่มหลายชนิด
คุณสมบัติดังกล่าวช่วยให้ เมนูแกงจืด โจ๊ก แม้แต่เครื่องดื่มประเภท น้ำส้ม น้ำผลไม้ กาแฟ โอวัลติน หรือชาก็ยังคงรสชาติเดิมที่คุณโปรดปราน แถมยังเพิ่มคุณค่าทางอาหารและความอร่อยมากขึ้น ที่สำคัญ เมื่อผ่านกระบวนการใช้ความร้อนในการปรุงอาหาร ก็ไม่เปลี่ยนเป็นไขมันทรานส์ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ประโยชน์ข้อที่ 5 สามารถเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายในระยะยาว
กรดไขมันที่ชื่อว่า กรดลอริก มีอยู่ในน้ำมันมะพร้าวปริมาณสูงเทียบเท่าน้ำนมแม่ และจะเปลี่ยนเป็น โมโนลอริน ออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคต่าง ๆ เช่น เชื้อรา แบคทีเรีย ไวรัส ยีสต์ หรือโปรโตซัว อีกทั้งยังช่วยขยายหลอดเลือด เพื่อป้องกันไม่ให้หลอดเลือดแข็งตัว ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหัวใจ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของตับอ่อนในการสร้างอินซูลิน ช่วยลดการเจริญเติบโตของเนื้องอก เป็นต้น เหล่านี้คือคุณสมบัติมหัศจรรย์ของน้ำมันมะพร้าวที่ทั่วโลกขนานนามว่า Tree Of Life

นอกจากนี้ น้ำมันมะพร้าวยังมีคุณสมบัติอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น ช่วยรักษาความชุ่มชื้นและลดอาการอักเสบ ผื่นแพ้ และคันตามผิวหนัง พร้อมปกป้องผิวจากรังสี UV ที่มากับแสงแดด ช่วยดูแลผิวหน้าให้เนียนนุ่มไม่แห้งกร้านอย่างได้ผลอีกด้วย ด้วยเหตุนี้ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นจึงมีประโยชน์ทั้งต่อผิวพรรณและส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

โรคหน้าร้อนที่พบบ่อย

ในช่วงฤดูร้อนของทุกปี ประมาณเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม จะเป็นช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคตามฤดูกาลหลายชนิด หากเราไม่เตรียมพร้อมและดูแลสุขภาพตัวเองและคนในครอบครัวให้ดี อาจทำให้เกิดความเจ็บป่วยและกระทบต่อคุณภาพชีวิตและประสิทธิภาพในการทำงานได้ เรามาดูกันว่ามีโรคอะไรบ้างที่ต้องระมัดระวัง

1.ผิวไหม้แดดและฝ้า
อาการผิวหนังอักเสบจากรังสียูวีจากแสงอาทิตย์ เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยยิ่งขึ้นในระยะหลายปีมานี้ โดยเฉพาะผู้ที่สัมผัสกับแสงแดดโดยตรงในช่วงเวลากลางวันตั้งแต่ 10:00 น. ถึง 17:00 น. วิธีป้องกันคือ ทาครีมกันแดดเป็นประจำก่อนออกแดดครึ่งชั่วโมง และใช้อุปกรณ์ป้องกัน เช่น ร่มและหมวก เมื่ออยู่กลางแจ้งเสมอ

มิฉะนั้นจะเกิดปัญหาที่ตามมาคือ ผิวหนังอักเสบ มีความหมองคล้ำ และเป็นฝ้ากระ ซึ่งต้องใช้เวลาในการรักษาหลายเดือน หากผิวหนังไหม้แดดมาก อาจนำไปสู่การเป็นโรคมะเร็งผิวหนังในอนาคตได้ด้วย

2.โรคลมแดด
ประเทศไทยถือว่าเป็นเมืองร้อน ไม่ควรยืนทำงานกลางแจ้งเป็นเวลานานเกินไปในช่วงฤดูร้อน เช่น งานเกษตรกรรม ก่อสร้าง ออกกำลังกายกลางแจ้ง ฯลฯ เพราะอาจเกิดภาวะลมแดดหรือฮีทสโตรกได้ ปัญหานี้เป็นเรื่องที่เคยเป็นข่าวอยู่หลายครั้ง เนื่องจากภาวะความร้อนรอบตัวที่สูงจนทำให้อุณหภูมิภายในร่างกายสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนมากกว่า 40 องศาเซลเซียส

ทำให้เกิดอาการสูญเสียน้ำจากร่างกายอย่างรวดเร็ว จะมีอาการวิงเวียน ปวดหัว หายใจเร็ว อาเจียนและชักหมดสติได้ ดังนั้น ในช่วงฤดูร้อนควรดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้ว และหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีอุณหภูมิร้อนจัด

3.ผดผื่นผิวหนัง
อาการผดผื่นนั้นพบได้กับคนที่ผิวแพ้ง่าย โดยเฉพาะอาการแพ้เหงื่อตัวเอง ที่จะทำให้มีอาการปวดแสบปวดร้อน แดงคันที่บริเวณข้อพับ เช่น รักแร้ ข้อพับแขนขา โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่ผิวบอบบาง หากเหงื่อออกจะมีอาการมาก

ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายและผู้ปกครองที่มีบุตรหลานวัยเล็ก จึงต้องสังเกตความผิดปกติบนผิวหนัง และหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีความร้อนชื้นด้วย

4.อาหารเป็นพิษ
ในช่วงหน้าร้อน แมลงวันจะขยายพันธุ์มากขึ้น อาหารที่จะรับประทานทุกมื้อ จึงต้องปรุงให้สุกและทำใหม่ ๆ จะปลอดภัยกว่าการรับประทานอาหารค้างเก่า หรืออย่างน้อยก็ต้องนำไปเข้าไมโครเวฟให้นานเพียงพอ เพื่อให้ความร้อนฆ่าเชื้อโรค

มิฉะนั้น จะเสี่ยงอย่างยิ่งต่อภาวะอาหารเป็นพิษ ทำให้มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ฯลฯ หากสูญเสียน้ำและเกลือแร่มาก อาจเป็นลม ชัก หมดสติ หรือถึงขั้นเสียชีวิตได้

ในช่วงฤดูร้อน เราต้องระมัดระวังปัญหาสุขภาพหลายด้าน ด้วยการใส่ใจความสดใหม่สะอาดของอาหาร การดื่มน้ำเพื่อชดเชยการสูญเสียเกลือแร่ให้เพียงพอ สวมใส่เสื้อผ้าที่เหมาะสม พกพาอุปกรณ์ป้องกันความร้อนและรังสีจากแสงแดด จะช่วยลดความเสี่ยงดังกล่าวข้างต้นได้

รู้หรือไม่ เมื่อไรควรเปลี่ยนหน้ากากป้องกัน COVID-19

หน้ากากอนามัยเป็นเครื่องมือดีที่สุดในการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่การสวมหน้ากากอนามัยเป็นเหมือนดาบสองคมมีทั้งข้อดีและข้อเสีย หน้ากากอนามัยแบบใช้แล้วทิ้งที่มีความต้องการใช้งานจำนวนมากส่งผลให้เกิดขยะไมโครพลาสติกจำนวนมหาศาลที่การจำกัดเป็นสาเหตุของมลพิษ รวมถึงมลพิษทางทะเลด้วย หน้ากากผ้าที่ใช้ซ้ำได้ถือเป็นตัวเลือกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่า แต่จึงมีประสิทธิภาพน้อยกว่าเมื่อซักสวมซ้ำไปหลายครั้งแล้วทำให้ผืนผ้าบางลง กรองละอองทางเดินหายใจได้ไม่ดีเท่าที่ควร จึงปิดกั้นไวรัสได้น้อยลงและควรโยนทิ้งได้แล้ว

จะรู้ได้อย่างไรว่าหน้ากากผ้าด้อยคุณภาพลงแล้ว และปกป้องตัวคุณเองให้ปลอดภัยจากการติดเชื้อไวรัสไม่ได้อีกต่อไป เราสังเกตได้จากสัญญาณเตือนต่อไปนี้

1.สายรัดหลวมหมดแล้ว หน้ากากผ้าส่วนใหญ่ใช้ยางยืดเป็นห่วงคล้องหู ซึ่งเป็นสิ่งแรกที่ควรระวัง เพราะการเสื่อมสภาพทำให้หน้ากากไม่รัดแน่นพอดีกับใต้คาง รอบจมูกและแก้ม ตำแหน่งที่เหมาะสมไม่ควรมีช่องว่างเลย การเสื่อมสภาพมักจะเกิดจากการซักในเครื่องซักผ้าหรือใส่ในเครื่องอบผ้าที่มีความร้อนสูงหรือแม้แต่การรีดผ้าก็ควรเว้นไม่สัมผัสโดนส่วนยางยืด หากสวมหน้ากากมาระยะหนึ่งแล้ว ยางยืดเริ่มคลายตัวสวมไม่กระชับพอดี แนะนำว่าต้องหยุดใช้ทันทีหรือเปลี่ยนยางยืดที่เสื่อมสภาพ เพราะเสี่ยงทำให้ตัวเองและผู้อื่นตกอยู่ในอันตรายจากไวรัสโควิด-19

2.หน้ากากมีรอยฉีกขาดหรือรูรั่ว หากสังเกตเห็นรอยชำรุดควรเลิกใช้ทันที หากผลิตภัณฑ์ไม่ได้ระบุไว้เป็นพิเศษว่าซักด้วยเครื่องได้ ควรซักด้วยมือแล้วตากให้แห้ง หรือซื้อถุงตาข่ายสำหรับซักผ้าซึ่งช่วยป้องกันเนื้อผ้าที่บอบบางฉีกขาด

3.หน้ากากเป็นคราบ ไม่ว่าคราบสกปรกจะเกิดจากกาแฟหกหรือเลอะเครื่องสำอาง ต่างเป็นสัญญาณว่าหน้ากากเสื่อมสภาพ หน้ากากไม่ควรเปียกชื้นเพราะไม่สามารถป้องกันจากไวรัสได้จริง แนะนำให้ซักให้สะอาดและตากแห้งก่อนนำกลับมาใช้ หน้ากากที่เปื้อนอาจหมายถึงถูกใช้มากเกินไปและจำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่

4.เนื้อผ้าบาง หน้ากากผ้าบางลงหลังจากซักใช้งานครั้งแล้วครั้งเล่าและไม่ช่วยป้องกันเชื้อไวรัสแล้ว สังเกตได้ว่าเนื้อผ้ายืดออกและรูบนเนื้อผ้าห่างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แนะนำวิธีง่าย ๆ ทดสอบความหนาของหน้ากากดังต่อไปนี้

  • สวมหน้ากากแล้วลองเป่าเทียน ถ้าเปลวไฟดับลงแสดงว่าผ้าบางเกินไป
  • ถือหน้ากากส่องกับแสงแดด ถ้ามองผ่านไปได้แสดงว่าผ้าบางเกินไปเช่นกัน
  • เป่าลมผ่านหน้ากากในช่วงที่อากาศเย็น ถ้าเห็นละอองลมหายใจแสดงว่าผ้าบางเกินไป

5.ซักแล้วใช้มากกว่า 30 ครั้ง ไม่ว่าจะถนอมขนาดไหน หากซักบ่อยครั้งก็จะทำให้เส้นใยของผ้าบางชนิดยืดออก เสียรูปและไม่ยืดหยุ่นเหมือนเดิม แม้จะเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงก็ตาม หน้ากากจะหมดอายุหลังจากการซักล้างหลายครั้ง

มาเริ่มตรวจสอบหน้ากากผ้าที่ใช้อยู่ทุกวันนี้ว่ามีผืนไหนหมดสภาพแล้วบ้าง เพื่อสุขภาพของคุณเองและคนรอบข้าง

ปัญหาของการใช้สื่อออนไลน์ในยุคปัจจุบัน

ปัจจุบันเทคโนโลยีและการสื่อสารออนไลน์อยู่ในวิถีชีวิตของผู้คนตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ เนื่องจากมีระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงมีสัญญาณแรงให้บริการทั่วไป และราคาของอุปกรณ์เทคโนโลยีอุปกรณ์ไอทีต่าง ๆ ที่ถูกลงอย่างมาก ทั้งโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ แต่อย่างไรก็ตาม นอกจากความสะดวกสบายแล้ว ก็ทำให้มีปัญหาจากการใช้สื่อออนไลน์ได้เช่นกัน ดังนี้

1.เกิดการเสพสื่อทางด้านลบมากเกินไป
หากเสพข้อมูลข่าวสารที่มีการใช้ถ้อยคำหยาบคาย เหยียดเพศ ศาสนา เชื้อชาติมากเกินไป จะกระทบต่อความมั่นใจในตัวเอง เกิดปมด้อยในการเข้าสังคม หรือเก็บกดกลายเป็นโรคซึมเศร้า โรคเครียดและวิตกกังวลได้ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชนที่จิตใจหวั่นไหวได้ง่ายกับการถูกตำหนิจากสังคมเพื่อนในวัยเดียวกัน

2.เกิดโรคจากการเทคโนโลยีมากเกินไป
ตัวอย่างที่พบบ่อย เช่น การใช้สายตาจ้องมองจอโทรศัพท์นาน ๆ จะทำให้ทั้งความเสี่ยงเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อมและสายตาสั้น มีอาการปวดหัวไมเกรนจากการเพ่งต่อเนื่องยาวนาน ปัญหาของกล้ามเนื้อที่เรียกว่าโรคออฟฟิศซินโดรม ที่มีอาการตั้งแต่ปวดนิ้วมือ ข้อมือ ไหล่ หลัง ซึ่งต้องใช้ยาและแก้ไขด้วยการปรับเปลี่ยนท่าทางยืดเส้นยืดสายเป็นระยะ หรือหากมีอาการมากก็ต้องผ่าตัดด้วย

3.แพร่กระจายข่าวสารที่ไม่เป็นความจริง
การส่งต่อข่าวสารที่ไม่เป็นความจริงส่งผลกระทบในวงกว้างอย่างรวดเร็ว เสื่อมเสียทั้งเสียชื่อเสียงของบุคคลหรือสร้างความขัดแย้งในสังคมได้ ดังนั้น หากไม่ไตร่ตรองให้ดีเสียก่อน อาจกลายเป็นเครื่องมือของกลุ่มมิจฉาชีพในการหาผลประโยชน์เข้าตัวเองได้ หรืออาจถูกฟ้องร้องเป็นคดีความได้หากเจ้าของเรื่องแจ้งความดำเนินคดีในชั้นศาล ซึ่งต้องเสียค่าปรับหรือมีโทษถึงขั้นจำคุก

4.ถูกโจรกรรมข้อมูลได้
หากเข้าใช้บริการเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันที่มีเจตนาร้ายแอบแฝงอยากถูกโจรกรรมข้อมูล เช่น ข้อมูลบนบัตรประชาชน บัตรเครดิต วันเดือนปีเกิด ซึ่งอาจตามมาด้วยการมีเบอร์บุคคลแปลกหน้าโทรศัพท์มาขายสินค้า ก่อกวนหรือชักชวนให้ทำกิจกรรมบางอย่างที่นำมาซึ่งการเสียทรัพย์ได้

5.ทำให้ปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คนลดน้อยลง
ตรงกับคำที่ว่าปัจจุบันเป็นสังคมก้มหน้าคือ แต่ละคนจะก้มมองที่โทรศัพท์มือถือ เพื่อพิมพ์ข้อความ อ่านข่าว ดูหนัง ฟังเพลง อ่านนิยายออนไลน์ ฯลฯ จนแทบจะไม่ได้คุยปรึกษาสารทุกข์สุขดิบ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นโดยตรงเลย ทำให้ทักษะการเข้าสังคมแย่ลง และหากเสพติดสื่อออนไลน์ตั้งแต่อายุน้อยก็จะทำให้เกิดพฤติกรรมแปลกแยก มีโลกส่วนตัวสูง ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับผู้อื่นได้

จะเห็นได้ว่า การใช้สื่อเทคโนโลยีที่ไม่เหมาะสมอาจส่งผลร้ายหลายด้านได้ ทั้งระดับตัวบุคคลและสังคม เราจึงควรบริหารจัดการใช้เทคโนโลยีอย่างรู้ขอบเขต เพื่อป้องกันปัญหาต่าง ๆ ที่กล่าวมา