ชวนรู้จักโรคทางจิตเวชที่พบบ่อย

ปัจจุบันมีการเก็บสถิติพบว่าทั่วโลกมีจำนวนผู้ป่วยจิตเวชสูงขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากภาวะกดดันทางสภาพเศรษฐกิจ สังคม รวมถึงปัญหาภายในครอบครัว เราจึงควรรู้ว่าโรคทางจิตเวชโดยทั่วไปแล้วมีกี่อย่าง และมักมีอาการอย่างไรบ้าง เพื่อการสังเกตตัวเองและคนรอบข้าง หากพบความผิดปกติจะได้รีบดำเนินการรักษาอย่างรวดเร็ว

1.โรคแพนิค
อาการตื่นตระหนกหรืออาการแพนิคเป็นความหวาดกลัวที่มากกว่าปกติ ทำให้หัวใจบีบตัวแรงและเร็วกว่าปกติ เกิดภาวะใจสั่น บางรายจะรู้สึกแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก วิงเวียนจะเป็นลม มักเกิดกับคนที่เคยมีประสบการณ์เลวร้ายมาก่อน เช่น เคยติดอยู่ในลิฟท์ เคยอยู่ในเหตุการณ์สึนามิ ฯลฯ ทำให้เมื่อเจอเหตุการณ์คล้าย ๆ เดิมจะหวาดกลัวอย่างมาก จำเป็นต้องปรึกษาจิตแพทย์เพื่อรักษาอย่างถูกต้อง

2.โรคซึมเศร้า
อาการซึมเศร้าสามารถเกิดได้กับทุกคนแต่จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ไม่เกิน 2 สัปดาห์หลังจากผิดหวังจากเรื่องบางอย่าง เช่น อกหัก สอบตก โดนไล่ออก ฯลฯ แต่หากมีอาการเบื่อหน่ายทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว รู้สึกขาดคุณค่าในตัวเอง ไม่มีเป้าหมายในชีวิต จนถึงอยากฆ่าตัวตายเพราะไม่รู้ว่าจะอยู่ไปเพื่ออะไร กรณีนี้คือกำลังป่วยเป็นโรคซึมเศร้าที่ต้องรีบพบแพทย์โดยด่วน เพื่อได้รับยาปรับสารเคมีในสมองให้อาการทุเลาโดยเร็ว

3.โรคจิตเภท
อาการหูแว่วหรือประสาทหลอนเห็นภาพบางอย่าง แล้วเกิดการพูดคนเดียว หัวเราะคนเดียว ลักษณะนี้จะเข้าข่ายโรคจิตเภท โดยเฉพาะหากเป็นนานเกิน 6 เดือน จะทำให้รักษาได้ยาก บางคนจำเป็นต้องใช้ยารักษาไปตลอดชีวิต และจำเป็นต้องมีญาติใกล้ชิดคอยดูแลอยู่ตลอดเวลา

4.โรคไบโพล่าร์
คนที่บางช่วงเวลาก็มีความเศร้าหดหู่ อยากเก็บตัวอยู่คนเดียว แต่บางช่วงเวลา ก็จะมีอารมณ์ดีเป็นพิเศษ กระฉับกระเฉง สนุกสนานร่าเริง เหมือนเป็นคนละคน ทางการแพทย์เรียกว่าโรคไบโพล่าร์ เป็นอาการป่วยทางจิตที่จำเป็นต้องได้รับยาและพูดคุยกับนักจิตวิทยาเพื่อบำบัดอย่างต่อเนื่อง

5.โรคสมองเสื่อมหลงลืม
ภาวะหลงลืมนั้นอาจจะเกิดได้กับคนทั่วไปในช่วงเวลาสั้น ๆ เช่น ลืมว่าเอากุญแจไว้ที่ไหน หรือวางโทรศัพท์ไว้ที่ใด แต่เมื่ออายุมากขึ้นจะมีความเสื่อมของสมองด้านความจำมากขึ้น ทำให้เป็นโรคสมองเสื่อม บางรายลืมว่าบ้านตัวเองอยู่ที่ไหน บ้างก็หลงลืมลูกหลานของตัวเอง หรือจำเรื่องราวในอดีตไม่ได้ ฯลฯ ทำให้มีผลเสียต่อสัมพันธภาพในครอบครัว และหากกลับบ้านไม่ถูกก็จะกลายเป็นคนเร่ร่อนได้

อาการป่วยทางจิต นอกจากเป็นผลเสียต่อตัวคนไข้เองแล้ว ยังกระทบต่อสัมพันธภาพกับคนรอบข้าง ถ้าเราไม่เรียนรู้เรื่องของตัวโรคไว้บ้าง อาจทำให้เราเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเพียงภาวะอารมณ์ชั่วคราว แล้วเกิดความโกรธเคืองกัน โดยที่หารู้ไม่ว่าเขากำลังเป็นคนป่วยที่จำเป็นต้องได้รับการรักษา เราหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกท่านเห็นความสำคัญของโรคทางจิตเวชมากขึ้น เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการดูแลตัวเองและคนรอบข้างต่อไป

แอปพลิเคชันช่วยในการเรียน ที่ต้องมีติดเครื่อง

คนชอบผลบอลก็ต้องมีแอพผลบอลสดติดเครื่อง คนรักการเรียนรู้ย่อมต้องมีแอพตัวช่วยเช่นกัน เมื่อก่อนตัวช่วยในการเรียนที่ดีที่สุดนั้นก็คงต้องไปห้องสมุดหรือซื้อหนังสือมาอ่าน แต่ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคุณเพิ่มขึ้น ทำให้คุณแทบไม่ต้องไปห้องสมุดแล้ว เพราะสามารถค้นหาข้อมูลที่อยากรู้ได้ทางอินเทอร์เน็ต รวมทั้งยังมีการพัฒนาตัวช่วยอย่างแอปพลิเคชันอีกมากมาย ซึ่งทางผู้เขียนจึงได้รวบรวมแอปพลิเคชันตัวช่วยในการเรียนที่ต้องมีติดเครื่องเอาไว้ ดังนี้

QANDA

ความพิเศษของแอปพลิเคชันนี้คือสามารถถ่ายรูปสมการหรือโจทย์ในรายวิชาต่าง ๆ เพื่อหาคำตอบได้เลย แต่สำหรับโจทย์ปัญหาในบางข้อ บางวิชา เช่น ฟิสิกส์ เคมี ที่ถ่ายรูปแล้วไม่มีคำตอบ แอปพลิเคชันนี้ก็มีฟังก์ชันที่สามารถสอบถามกับอาจารย์หรือผู้เชี่ยวชาญได้โดยตรง โดยจะมีค่าใช้จ่าย อีกทั้งยังมีฟังก์ชันที่สามารถเรียนออนไลน์ได้ฟรีอีกด้วย

ClearScanner

เมื่อก่อนจะสแกนงานส่งอาจารย์ทั้งทีต้องใช้เครื่องปริ้นท์ ถ้าไม่มีก็ต้องไปเสียเงินสแกนที่ร้าน ทำให้มีทั้งค่าใช้จ่าย และค่อนข้างใช้เวลานาน แต่ถ้ามีแอปพลิเคชันนี้จะทำให้คุณสามารถสแกนเอกสารส่งอาจารย์ได้อย่างคมชัดโดยไม่ต้องเสียเงิน อีกทั้งยังสามารถเลือกได้ว่าจะบันทึกเป็นไฟล์รูปภาพหรือไฟล์ PDF เป็นแอปพลิเคชันที่หากไม่มีจะพลาดมาก

Canva

ในบางครั้งคุณอาจต้องเตรียมนำเสนองาน แต่การทำ Presentation นั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทุกคน ซึ่งความพิเศษของแอปพลิเคชัน Canva คือจะมี Template ให้เลือกเยอะ ลูกเล่นหลากหลาย มีมือถือเครื่องเดียวก็สามารถเนรมิตงานให้ออกมาดูดีได้ง่าย ๆ สะดวกและใช้เวลาในการทำน้อยมาก

TCASter

แอปพลิเคชันนี้เหมาะสำหรับนักเรียนวัยมัธยมปลายเป็นอย่างมาก เพราะแอปพลิเคชันนี้มีรายละเอียดเกี่ยวกับทุกมหาวิทยาลัย หากอยากรู้ว่ามหาวิทยาลัยที่อยากเข้าใช้คะแนนอะไรบ้าง มีเกณฑ์อย่างไร เหลือเวลาเตรียมตัวสอบอีกนานแค่ไหน แต่ละแห่งรับจำนวนนักเรียนเท่าไหร่ แอปพลิเคชันนี้ได้รวบรวมข้อมูลมาให้คุณทั้งหมดแล้ว

Kahoot

หากคุณไม่ชอบอ่านหนังสือ แต่อยากทบทวนบทเรียน ควรโหลดแอปพลิเคชันนี้มาใช้มาก ๆ เพราะแอปพลิเคชันนี้เป็นการทบทวนบทเรียนในรูปแบบของเกมส์ มีให้เลือกหลายเรื่อง หลายวิชา แต่ถ้าอยากเพิ่มความสนุกขอแนะนำให้เล่นกันเป็นกลุ่ม แอปพลิเคชันนี้จะทำให้คุณจะได้รับทั้งความสนุกสนาน เพลิดเพลิน และได้รับความรู้ไปพร้อม ๆ กัน

Clear-Notebook

แอปพลิเคชันนี้ได้รวบรวมเนื้อหาในแต่ละรายวิชาไว้หมดแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นรูปแบบแผนความคิด (Mind Mapping) ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่ต้องการทบทวนเนื้อหาก่อนสอบหรือมีเวลาในการอ่านหนังสือน้อยนิด แต่ถ้าคุณมีเนื้อหาอะไรที่อยากแบ่งปันก็สามารถอัปโหลดลงไปได้เลย

ทั้งหมดนี้ก็เป็นแอปพลิเคชันที่หากคุณมีติดเครื่องเอาไว้จะช่วยทำให้การเรียนของคุณสะดวกสบายมากขึ้น และยังอาจช่วยเพิ่มคะแนนสอบให้คุณได้อีกด้วย