มาดู 4 วิธี ดูแลตัวเองให้มีจิตใจที่เข้มแข็ง

มาดู 4 วิธี ดูแลตัวเองให้มีจิตใจที่เข้มแข็ง

การดูแลตัวเองเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลยเพราะคงไม่มีใครที่เข้มแข็งได้ตลอด บางช่วงเวลาก็มีเรื่องที่ทุกข์ร้อนใจเพราะได้มีการเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่น่าพึงพอใจจนทำให้จิตใจมีความอ่อนแอ ด้วยเหตุนี้ เราจึงมี 4 วิธีในการดูแลตัวเองมาฝากเพื่อเสริมสร้างกำลังใจจะได้มีจิตใจที่เข้มแข็ง ดังต่อไปนี้

จิตใจเข้มแข็งได้ ด้วย 4 เทคนิค

ตั้งเป้าหมายในชีวิต

การตั้งเป้าหมาย คือ สิ่งที่ได้ตั้งไว้เพื่อจะได้มีทิศทางหรือไม่หลงทางในการเดินทางไปสู่เป้าหมายในชีวิต ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างกำลังใจและใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพในทุกวัน หากอยากให้เป้าหมายมีความชัดเจนมากขึ้น จะต้องมีการระบุ วัน เดือน ปีที่สำเร็จ พร้อมบอกตัวเองว่าเป้าหมายนี้ ทำเพื่อใคร ซึ่งอาจจะทำเพื่อตัวเอง คนที่รัก สังคมก็ได้ ในทางตรงข้ามถ้าไม่มีเป้าหมายในชีวิตแล้ว เปรียบเสมือนการใช้ชีวิตไปวัน ๆ เพราะไม่รู้ว่าจะอยู่ไปทำไมและไม่รู้ว่าจะทำอะไรเพื่อใคร เวลามีอุปสรรคเข้ามาก็จะส่งผลทำให้จิตใจถดถอยหรืออ่อนแอ

เข้าหาสิ่งที่ทำให้รู้สึกดีขึ้น

สิ่งที่ทำให้จิตใจเข้มแข็งขึ้น เช่น การให้อาหารหรืออาจจะเล่นกับสัตว์เลี้ยงเพราะจะทำให้สมองหลั่งสารสารออกซิโทซินหรือสารแห่งความรักและความผูกพัน อยู่ในกลุ่มคนที่มีพลังบวกเพราะจะได้ไม่บั่นทอนจิตใจ สัมผัสธรรมชาติ ช่วยเหลือหรือแบ่งปันในสิ่งที่ถนัด สิ่งเหล่านี้จะทำให้สมองหลั่งสารชนิดหนึ่งออกมา คือ สารความเมตตาหรือที่เรียกว่า สารออกซิโทซิน

ไม่ขยายปัญหาที่เผชิญ

เมื่อมีปัญหาส่งผลให้จิตใจอ่อนแอลงได้ เพราะฉะนั้น ไม่ควรขยายปัญหาแต่ควรแก้ปัญหา เช่น ปัญหาการงานธุรกิจ ครอบครัว การเงิน เป็นต้น หากจะเพิ่มประสิทธิภาพให้จิตใจรู้สึกดีและพบทางออกในการรับมือแก้ปัญหาให้นั่งสมาธิรักษาใจ หรืออาจจะเพิ่มการอ่านหนังสือแรงบันดาลใจก็ได้ ดังนั้น ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไรก็ตามการมีจิตใจเข้มแข็งหรือจิตใจอ่อนแอต่อปัญหานั้นขึ้นอยู่กับใจของตัวเอง

ไม่เปรียบเทียบ

การเปรียบเทียบทำให้จิตใจดิ่งลง เช่น ในโลกออนไลน์ใคร ๆ ก็มักโพสต์สิ่งดี ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องเรียน งาน เงินหรือเรื่องอื่น ๆ ในชีวิต เมื่อมีการเปรียบเทียบก็จะเกิดคำถามกับตัวเองด้านลบ ด้วยการขึ้นต้นคำว่า ทำไม เช่น ทำไมชีวิตเขาดีกว่าเรา ทำไมชีวิตเราแย่จัง เป็นต้น หากอยากมีจิตใจที่เข้มแข็งขึ้น ไม่ควรเปรียบเทียบกับคนอื่น แต่ให้กลับมาหัดชมหรือหาข้อดีของตัวเองเนื่องจากทุกคนมีคุณค่าในตัวเองอยู่แล้ว

4 วิธี ดูแลตัวเองให้มีจิตใจที่เข้มแข็งที่เราได้กล่าวไว้ข้างต้น เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะในความเป็นจริงยังมีวิธีอีกมากมายนับไม่ถ้วน ส่วนใครที่อยู่ในภาวะจิตใจอ่อนแอในช่วงเวลานี้และอยากให้ชีวิตได้ก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างราบรื่น ลองนำวิธีที่เราได้แนะนำไปใช้ แล้วคุณจะรู้สึกดีและมีจิตใจเข้มแข็งขึ้นมากกว่าเดิมอย่างแน่นอน

จิตใจเข้มแข็งได้ ด้วย 4 เทคนิค

ชวนรู้จัก โปรแกรม WordPress ที่ใช้ทำ SEO

ชวนรู้จัก โปรแกรม WordPress ที่ใช้ทำ SEO

โปรแกรม WordPress ออกแบบมาเพื่อความสะดวกในการทำเว็บไซต์ SEO โดยเฉพาะในส่วนของบทความที่เป็นเหมือนหัวใจในเว็บไซต์และทำให้เพิ่มยอดขายสินค้าและบริการได้ เมื่อมีผู้คลิกเข้ามาอ่านบทความนั้น

โปรแกรมนี้คิดค้นมาหลายปีแล้ว โดยนักออกแบบเว็บไซต์ชาวต่างชาติที่เห็นว่าจะเป็นประโยชน์ในการทำ SEO ให้เว็บไซต์ขายสินค้าใน Google ประสบความสำเร็จสอดคล้องตามหลักเกณฑ์ของ SEO หรือ search engine optimization มากขึ้น

WordPress สามารถใช้ทำงานส่งเสริม SEO ได้ดังนี้

การตั้งชื่อหัวเรื่อง หรือ Title – หัวเรื่องจะปรากฏอยู่ในหน้าจอการสืบค้น เมื่อมีการพิมพ์หาด้วย keyword หนึ่ง ๆ หัวเรื่องที่สะดุดตาจะช่วยกระตุ้นให้คนคลิกเข้ามาอ่านรายละเอียดที่เหลือทั้งหมด การตั้งชื่อหัวเรื่องที่น่าสนใจจึงต้องใส่ keyword ลงไปด้วย ซึ่ง WordPress จะช่วยในการนำหัวเรื่องที่คุณตั้งชื่อไว้ไปตั้งเป็น URL address หรือที่อยู่ของบทความนั้นบนโลกออนไลน์ได้อย่างอัตโนมัติด้วย

ส่วนต้นเรื่อง หรือ heading – เป็นส่วนที่จะแสดงในหน้าต่างการสืบค้น หากไม่ได้ตั้งค่า heading ไว้ ระบบของ WordPress จะเอาคำที่อยู่ในประโยคแรกไปใส่ให้โดยอัตโนมัติ ดังนั้นจึงควรให้มี keyword ที่ชัดเจนอยู่ตั้งแต่ต้น ในส่วนของเนื้อหาก็ต้องสัมพันธ์กับส่วน heading ด้วยเพื่อให้ผู้อ่านประทับใจในเนื้อหาที่มีรายละเอียดเชิงลึกอย่างแท้จริง

การเน้นคำสำคัญ – WordPress เป็นตัวช่วยที่ดีในการทำตัวอักษรให้โดดเด่นขึ้น เพื่อให้คนอ่านสะดุดตา ไม่ว่าจะเป็นการทำตัวอักษรเอียง การทำตัวหนา หรือการขีดเส้นใต้วลีที่คุณต้องการเน้น ทั้งนี้มีหลักการ ว่าไม่ควรจะทำตัวอักษรเน้นติดกันยาวมากเกินไป เพราะจะทำให้ระบบคอมพิวเตอร์อัจฉริยะของ Google วิเคราะห์ว่าเป็นการทำเนื้อหาสแปมที่ไม่มีประโยชน์ได้ ขณะเดียวกัน การใส่ keyword หรือคำสำคัญ ก็ต้องกระจายให้เป็นธรรมชาติด้วย จึงจะไม่รบกวนสายตาของผู้อ่าน

การใส่รายละเอียดรูปภาพ – การทำ SEO ในรูปภาพด้วย WordPress เป็นส่วนประกอบสำคัญในการทำให้อันดับของเว็บไซต์ SEO ดียิ่งขึ้นได้ ซึ่งจะมีช่องให้ใส่ค่า alternative text และ image title attribute เพื่อให้ผู้ผลิตบทความกรอกคีย์เวิร์ดที่สอดคล้องกับรูปภาพลงไปในช่องนี้มากที่สุด เนื่องจากระบบ AI ของ Google ไม่สามารถที่จะวิเคราะห์ลักษณะภาพถ่ายได้ การใส่ keyword ลงไปมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งส่งเสริมให้ภาพเหล่านั้นถูกสืบค้นใน image Search ของ Google ได้ดีขึ้นและส่งผลให้อันดับ SEO โดยรวมดีขึ้นได้ด้วย

จากตัวอย่างที่กล่าวมา คงเห็นแล้วว่า WordPress เป็นประโยชน์ต่อคนทำเว็บไซต์ SEO ในการลดระยะเวลาในการปรับแต่งส่วนต่าง ๆ ทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพขึ้น เราหวังว่าบทความนี้จะเป็นข้อมูลพื้นฐานให้คนที่สนใจทำเว็บไซต์ SEO ได้ทำความเข้าใจเพื่อต่อยอดในการทำ SEO ต่อไป

WordPress สามารถใช้ทำงานส่งเสริม SEO ได้ดังนี้

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับโรคออฟฟิศซินโดรม

อาการโดยทั่วไปของผู้ที่มีโรคออฟฟิศซินโดรม

คนทำงานออฟฟิศและวัยเรียนจำนวนมาก มีปัญหาการปวดไหล่ หลังและบริเวณช่วงคอ เพราะการนั่งทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยเฉพาะคนที่นิยมผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์และเล่นเกมส์ออนไลน์ที่ใช้เวลาต่อเนื่อง 3-4 ชั่วโมง แทบไม่ได้ลุกไปเปลี่ยนอิริยาบถ ทำให้เพิ่มความเสี่ยงการเป็นโรคออฟฟิศซินโดรมได้

โรคออฟฟิศซินโดรม ในทางการแพทย์ หมายถึง อาการปวดที่เกิดจากการใช้กล้ามเนื้อมัดเดิมในการทำงานซ้ำ ๆ อย่างต่อเนื่อง จึงทำให้เกิดอาการเกร็งตัวและปวดแบบเรื้อรัง มีการกดทับที่เส้นประสาทบริเวณนั้น และมีอาการชาที่ปลายนิ้วมือและแขน หากมีภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วนด้วย ก็จะกดทับกล้ามเนื้อจนปวดมากถึงขั้นต้องฝังเข็มหรือผ่าตัดด้วย

อาการโดยทั่วไปของผู้ที่มีโรคออฟฟิศซินโดรม มีได้หลายส่วนตามระบบร่างกาย ได้แก่

  • ปวดศีรษะและดวงตาพร่า เนื่องจากการใช้สายตาและมีความเครียดสะสมสูง ลักษณะคล้ายกับเป็นไมเกรน ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการคิดและการมีสมาธิในการทำงานอย่างมาก
  • ภาวะปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ ทั้งช่วงบนและช่วงล่างของร่างกาย ทำให้เกิดอาการตึงและเจ็บจากเส้นเอ็นทับเส้นประสาทได้
  • อาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงและเหน็บชา จากการนั่งอยู่กับที่เป็นเวลานาน หรือมีท่านั่งที่ไม่เหมาะสม เช่น นั่งไขว่ห้าง จึงทำให้การไหลเวียนเลือดผิดปกติ
  • ภาวะนิ้วล็อก จากการใช้นิ้วเคลื่อนเมาส์ หรือจับปากกาทำงานคอมพิวเตอร์กราฟิกต่อเนื่องเป็นเวลานาน เส้นเอ็นที่บริเวณนิ้วและข้อมือจึงอักเสบ
  • ปัญหานอนไม่หลับ หรือหลับไม่สนิท เกิดจากความเครียดสะสมและอาการปวดเรื้อรังที่มาจากออฟฟิศซินโดรม

การป้องกันตนเองให้ห่างไกลจากโรคออฟฟิศซินโดรมทำได้ง่าย ๆ จากการปรับอิริยาบถในการทำงาน เช่น

การลุกขึ้นเดินยืดเส้นยืดสายทำท่ากายบริหารทุก ๆ 30 ถึง 50 นาที เพื่อให้กล้ามเนื้อแต่ละส่วนได้ผ่อนคลายลง

การพักสายตาด้วยการมองต้นไม้ระยะไกลและหลับตานิ่ง ๆ สัก 5 นาที

การเดินออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์นอกห้องแอร์เป็นระยะ เพื่อเพิ่มระดับออกซิเจนในกระแสเลือด จะลดความเสี่ยงปวดศีรษะได้

ปรับเปลี่ยนองศาของจอคอมพิวเตอร์ ให้ขอบบนของจออยู่ในระดับเดียวกับสายตา เพื่อไม่ให้เกิดการเงยหรือก้มหน้ามากเกินไป

เลือกเก้าอี้นั่งทำงานที่มีความนุ่มของเบาะเหมาะสม ไม่แข็งหรือนุ่มเกินไป

ควบคุมน้ำหนัก เพื่อให้มีสัดส่วนของมวลกล้ามเนื้อมากกว่าไขมัน จะทำให้กล้ามเนื้อมีความแข็งแรง และมีการยืดหยุ่นดียิ่งขึ้น

ใช้อุปกรณ์เสริมรองข้อมือเวลาใช้เมาส์เล่นคอมพิวเตอร์ หรือซื้อเบาะนั่งที่มีสปริงยืดหยุ่นดี มาหนุนเสริมเบาะนั่งปกติ

ถ้าปฏิบัติตามที่กล่าวมาแล้ว อาการของคุณยังไม่ดีขึ้น จำเป็นต้องใช้ยารับประทาน หรือหากมีอาการมาก ควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างจำเพาะเจาะจงต่อไป

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับโรคออฟฟิศซินโดรม

ปัญหาลูกไม่กินผัก เกิดจากอะไร ทำอย่างไรดี

สาเหตุที่ลูกไม่กินผัก

ผักเป็นแหล่งอาหารที่ดี มีวิตามินเกลือแร่สูง และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีต่อสุขภาพระยะยาวด้วย การสอนลูกให้กินผักเก่งตั้งแต่เด็ก ๆ จึงเป็นเรื่องจำเป็น แต่ครอบครัวจำนวนมากก็พบปัญหาลูกไม่ยอมกินผัก เรามาดูกันว่าสาเหตุของปัญหาที่แท้จริงนั้นเกิดจากอะไรบ้างและจะจัดการอย่างไรดี

สาเหตุที่ลูกไม่กินผัก

1. ลูกเลียนแบบพ่อแม่

หากจะให้ลูกกินผัก แต่พ่อกับแม่กลับเขี่ยผักในจานออก จะทำให้ลูกเกิดการเลียนแบบพฤติกรรม ไม่ว่าจะสอนอย่างไร แต่สิ่งที่ลูกเห็นคือตรงกันข้าม ย่อมทำให้ลูกปฏิเสธการกินผักแน่นอน คุณพ่อคุณแม่จึงต้องปฏิวัติตัวเองกินผักให้เก่งจึงจะเป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกได้

2. บังคับลูกมากเกินไป

ถ้าบังคับลูกให้กินผักทุกมื้อ จะทำให้เด็กเกิดความเครียด การที่พ่อแม่คอยจับจ้องเสมอ จะทำให้ลูกต่อต้านโดยแสดงการปฏิเสธการทำตามคำสั่ง วิธีที่ได้ผล คือ ต้องทำให้เรื่องกินผักเป็นสิ่งสนุกสนาน คิดวิธีชักชวนให้ลูกเห็นข้อดีจากการกินผัก นำของเล่นมาประกอบในการชวนกินผัก ก็จะได้ผลดีกว่าการบังคับ

3. ผู้ใหญ่ตามใจลูกมากเกินไป

ครอบครัวใหญ่ที่มีปู่ย่าตายาย มักตามใจลูกหลานวัยเล็ก เมื่อเด็กไม่ยอมกินผัก ก็จะไม่บังคับ ซึ่งจะทำให้เด็กไม่ถูกฝึกอย่างเหมาะสม การแก้ไข คือ จะต้องมีตกลงกับสมาชิกในครอบครัว ที่จะไม่ตามใจบุตรหลานมากเกินไป และปรับเมนูอาหารให้มีผักรูปแบบรับประทานง่ายขึ้น

4. มีเมนูที่มีผักมากเกินไป

หากเมนูอาหารใส่ผักหลายชนิดมากเกินไป โดยไม่มีเนื้อสัตว์ที่เด็กชอบ ก็จะทำให้เด็กรู้สึกเบื่ออาหาร และไม่ยอมกินอาหาร อาจทำให้เป็นโรคขาดสารอาหารได้ด้วย จึงต้องปรับให้มีผักประมาณ 1 ในสามของมื้อ และเลือกกรรมวิธีที่กำจัดกลิ่นและรสเฉพาะตัวของผักบางชนิดออก เพื่อให้ลูกกินง่ายขึ้น

5. มีความทรงจำที่ไม่ดี

เด็กหลายคนมีอาการกลัวผัก เพราะเคยกินแล้วเจอหนอนในผัก หรือเคยกินผักที่มีรสชาติแย่ เช่น มีก้านแข็ง รสขม รสเผ็ด ทำให้เป็นความทรงจำแบบไม่ดี คุณพ่อคุณแม่จึงต้องปรับวิธีการทำเมนูอาหารให้มีกลิ่นหอมรสชาติอร่อยมากขึ้น เพื่อให้ลูกค่อย ๆ สร้างประสบการณ์ที่ดีใหม่ ๆ เข้าไปทดแทน

จะเห็นได้ว่า ปัญหาเด็กไม่กินผัก ไม่ได้เกิดจากตัวเด็กเอง แต่มักเกิดจากสิ่งแวดล้อม หรือประสบการณ์ที่ไม่ดี ซึ่งพ่อแม่ผู้ปกครองสามารถที่จะร่วมมือในการปรับปรุงเมนูอาหารและ ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการชักชวนลูกให้รับประทานผักมากขึ้น และต้องลดความเครียดจริงจังมากเกินไป จะทำให้ลูกรู้สึกผ่อนคลายและยอมที่จะรับประทานผักมากขึ้นได้

ปัญหาลูกไม่กินผัก เกิดจากอะไร ทำอย่างไรดี

เทคนิคเพิ่มประสิทธิภาพการเดินออกกําลังกายให้ผู้สูงอายุ

เทคนิคใดที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการเดิน

การเดินออกกำลังกายเป็นวิธีเพิ่มการเผาผลาญและกระตุ้นการทำงานของอวัยวะทุกส่วนของร่างกายให้มีความสมดุลยิ่งขึ้น ซึ่งผู้สูงอายุสามารถเดินเป็นประจำ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันสูง โรคเบาหวานได้ จึงทำให้สุขภาพโดยรวมแข็งแรงขึ้น

เทคนิคใดที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการเดินออกกำลังกายสำหรับผู้สูงวัยได้

ไม่กดดันตัวเอง

ผู้สูงอายุแต่ละคนจะมีสุขภาพพื้นฐานไม่เท่ากัน การเดินออกกำลังกายจึงไม่ควรเร่งตัวเองให้ทำได้ตามมาตรฐาน 30 นาที แบบคนอื่น ควรเริ่มจากการเดินวันละ 10 นาที หากเป็นคนที่ไม่เคยออกกำลังมาก่อน ค่อย ๆ เพิ่มระยะทางหรือเวลามากขึ้นประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ต่อวัน จะทำให้ร่างกายค่อย ๆ ปรับตัวได้ดียิ่งขึ้น ไม่ควรหักโหมเพราะจะเสี่ยงต่อภาวะหัวใจวายหรือเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือคนอื่น

ปัจจุบันมีองค์กรการกุศลจำนวนมากที่ต้องการรับความช่วยเหลือ โดยการเข้าร่วมโครงการเดินวิ่งต่าง ๆ แล้วนำเงินค่าสมัครไปใช้เพื่อการกุศล เช่น โรงพยาบาล ศูนย์เลี้ยงเด็กกำพร้า สมาคมคนพิการ ศูนย์รับเลี้ยงสัตว์จรจัด ฯลฯ ผู้สูงอายุจะมีความภูมิใจที่ได้ออกกำลังกายและยังได้ร่วมในโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม การเดินออกกำลังกายโดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยผู้อื่น จะทำให้ผู้สูงอายุมีกำลังใจที่จะรักษาวินัยในการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอขึ้น

หาเพื่อนเดินออกกำลังกาย

หากเป็นหนุ่มสาว อาจมีความสะดวกที่จะออกกำลังกายในยิมหรือลู่วิ่งคนเดียว แต่ผู้สูงอายุมักจะต้องการสังคม มีเพื่อนแก้เหงาพูดคุยกันได้ระหว่างการเดินออกกำลังกาย จึงแนะนำให้เลือกไปในที่มีผู้สูงอายุที่รักสุขภาพรวมตัวกัน เช่น สวนสาธารณะ ชมรมไทเก็กผู้สูงวัย สมาคมศิษย์เก่า ฯลฯ จะทำให้ได้รับความสุขและมีกำลังใจในการดูแลตัวเองด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่อง

ใช้อุปกรณ์สำหรับนับก้าว

อุปกรณ์เพื่อช่วยนับก้าว เป็นนวัตกรรมที่ดีและสะดวกทำให้ผู้สูงวัยมีกำลังใจในการออกกำลังมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีการตั้งเป็นค่าฟังก์ชั่นในนาฬิกา smart watch ที่มีการอัปเดตข้อมูลต่อเนื่องและเชื่อมโยงกับแอปพลิเคชันในโทรศัพท์มือถือได้ เมื่อเดินรวม ๆ กันตั้งแต่เช้าถึงเย็น รวมกันแล้วจะได้วันละนับพันก้าวเลยทีเดียว การดูข้อมูลย้อนหลังได้ด้วยจะทำให้ผู้สูงวัยเห็นค่าตัวเลขที่แสดงถึงพัฒนาการที่ก้าวหน้ามากขึ้น เช่น เดินได้จำนวนก้าวมากขึ้น เป็นระยะทางมากขึ้น ทำให้มีกำลังใจในการออกกำลังกายมากขึ้นแน่นอน

การเดินออกกำลังกายนั้นเป็นสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญทางสาธารณสุขแนะนำให้ผู้สูงวัยทำเป็นประจำ ทั้งนี้ควรที่จะมีลูกหลานดูแล โดยเฉพาะในระยะแรกหากผู้สูงวัยมีโรคประจำตัว เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่ออันตรายและอุบัติเหตุต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้

เทคนิคเพิ่มประสิทธิภาพการเดินออกกําลังกายให้ผู้สูงอายุ

ก่อนเริ่มทำธุรกิจส่วนตัว ควรรู้อะไรบ้าง

ข้อมูลที่ควรรู้ก่อนการเริ่มทำธุรกิจส่วนตัว

การมีธุรกิจเป็นของตัวเองเป็นความภาคภูมิใจ ทำให้เปลี่ยนความชอบเป็นงานที่สร้างรายได้หรือผลกำไรที่มากกว่าการทำงานบริษัทหรือเป็นลูกจ้างประจำ แต่ผู้ที่จะประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจส่วนตัวได้ ต้องมีจุดเริ่มต้นที่ถูกต้องและมีการดำเนินการในส่วนต่าง ๆ แบบมืออาชีพ

เราจึงได้นำข้อมูลที่ควรรู้ก่อนการเริ่มทำธุรกิจส่วนตัวมาฝากกัน ดังนี้

การเลือกประเภทธุรกิจที่จะทำ

สิ่งที่หลายคนพลาด คือ การเลือกธุรกิจที่ตอบโจทย์ความสนใจที่เป็นแนวแฟชั่นหวือหวา แต่ขาดความรักและรู้จริงในสิ่งที่ทำ จึงไปได้ไม่ตลอดรอดฝั่งและเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวงหักหลักจากคู่ค้าธุรกิจง่าย การเลือกประเภทธุรกิจที่เหมาะสมกับตัวเอง โดยการดูจากไลฟ์สไตล์และความชื่นชอบเป็นหลัก จะทำให้มีความสุขกับการเรียนรู้ พัฒนาสินค้าและบริการ และทำให้มีใจในการแก้ไขปัญหา ซึ่งจะตามมาอีกมากมายเมื่อธุรกิจขยายขนาดเติบโต

คุณสมบัติที่ควรฝึกฝนสำหรับผู้ต้องการมีธุรกิจตัวเอง

นอกจากต้องมีความขยันศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมที่มีความทันสมัยในตำราหนังสือหรือ internet แล้ว จำเป็นต้องลงเรียนในคอร์สหรือ workshop ต่าง ๆ ในศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเพื่อการเรียนรู้ในเชิงปฏิบัติให้เข้าใจถ่องแท้ เช่น ศาสตร์ด้านอาหาร การแฟชั่น การออกแบบตกแต่ง ด้านสุขภาพ การท่องเที่ยว การกีฬา ฯลฯ

นอกจากนี้ เจ้าของธุรกิจที่จะประสบความสำเร็จได้ดี ต้องให้ความสำคัญกับการบริหารเวลาและดูแลลูกน้องอย่างเป็นมืออาชีพ เพราะแต่ละนาทีที่ผ่านไป คือ การถอยหลังให้แก่คู่แข่งทางธุรกิจรายอื่น การใช้เวลาที่มีจัดสรรเพื่อการพัฒนาสินค้า เพิ่มการเข้าถึงลูกค้า โดยเลือกทีมงานที่มีความสามารถ ทำงานได้อย่างมีจุดหมายร่วมกัน คือ การเติบโตของธุรกิจ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ห้ามมองข้าม

สิ่งใดที่ต้องเตรียมบ้าง

การมีธุรกิจส่วนตัว จะทำบนโลกออนไลน์อย่างเดียวไม่ได้ เพราะจะขาดความน่าเชื่อถือ จึงต้องมีการเลือกทำเลเป็นอาคารสำนักงานที่สามารถติดต่อได้ โดยในปัจจุบันมีการให้เช่าพื้นที่ในตึกย่านธุรกิจในการทำออฟฟิศที่ทันสมัย จึงลดต้นทุนในการปลูกสร้างหรือหาทำเลที่แพงเกินไปในระยะเริ่มต้น นอกจากนี้ ต้องคำนวณค่าใช้จ่ายเตรียมไว้ เพื่อมีเงินทุนสำรองเป็นค่าการผลิต ค่าจ้างลูกน้อง ค่าจัดส่งสินค้า ค่าน้ำไฟ ค่าของใช้สำนักงาน ฯลฯ ที่ต้องมีการทำบัญชีรายรับจ่ายที่รอบคอบ และควรมีผู้รู้ด้านกฎหมายเกี่ยวกับภาษีเป็นที่ปรึกษาด้วย เพื่อไม่ให้มีปัญหาในระยะยาว

จะเห็นได้ว่า การทำธุรกิจส่วนตัวให้สำเร็จ ต้องผ่านการคิด วิเคราะห์และปฏิบัติจริงจังในหลายด้าน ซึ่งการมีทีมงานที่ดีจะช่วยขับเคลื่อนให้แบรนด์เติบโตได้มากขึ้น เราหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกท่านที่อยากมีธุรกิจส่วนตัว ประเมินความพร้อม แก้ไขจุดอ่อนเสริมสร้างจุดแข็งที่เด่นชัด เพื่อให้ได้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมั่นคง

ก่อนเริ่มทำธุรกิจส่วนตัว ควรรู้อะไรบ้าง

อยากทำงานฟรีแลนซ์ให้ประสบความสำเร็จ ต้องอ่าน

อยากทำงานฟรีแลนซ์ให้ประสบความสำเร็จ ต้องอ่าน

วิธีคิดและปฏิบัติที่จะทำให้ประกอบอาชีพฟรีแลนซ์ได้ เป็นสิ่งสำคัญที่คนรุ่นใหม่ต้องศึกษา เพราะไลฟ์สไตล์แบบฟรีแลนซ์เป็นที่ใฝ่ฝันของคนรุ่นใหม่ จากภาพลักษณ์ที่มีความเป็นอิสระสูง ทำงานได้ทุกที่ และไม่ต้องเชื่อฟังคำสั่งจากเจ้าของกิจการหรือหัวหน้า อย่างเช่น รับจ้างเขียนบทความ ช่างภาพ นักออกแบบเว็บออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น เว็บขายสินค้าออนไลน์ หรือ hero88 เว็บคาสิโนออนไลน์ และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งหารายได้ได้อย่างมหาศาลเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันมีผู้ประกอบอาชีพฟรีแลนซ์เป็นจำนวนมาก จึงทำให้มีอัตราการแข่งขันในตลาดแรงงานสูง ผู้ที่ต้องการประสบความสำเร็จในอาชีพฟรีแลนซ์ได้นั้น จะต้องมีหลักคิดและปฏิบัติตามแนวทางที่กูรูแนะนำต่อไปนี้

1. พัฒนาฝีมือในด้านที่ถนัด

หลายคนที่อยากประกอบอาชีพฟรีแลนซ์ตั้งแต่เพิ่งเรียนจบใหม่ อาจจะยังไม่รู้ความต้องการที่แท้จริงของตัวเอง จึงควรเปิดโอกาสให้ตัวเองได้เรียนรู้รับงานฟรีแลนซ์หลากหลาย เพื่อที่จะหาสิ่งที่ถนัดที่สุด และมุ่งมั่นที่จะสร้างความชำนาญมากขึ้นไปเรื่อย ๆ การเรียนรู้เพื่อสร้างความชำนาญเฉพาะด้านจึงเป็นสิ่งสำคัญที่อาชีพฟรีแลนซ์จะต้องทำเป็นอันดับต้น ๆ

2. บริหารเวลาอย่างคุ้มค่า

แม้ว่าฟรีแลนซ์จะไม่มีกำหนดเวลาในการทำงานอย่างการเข้าออฟฟิศ 8.00 น. ถึง 17.00 น. แต่การทำงานแบบฟรีแลนซ์ที่จะประสบความสำเร็จได้ ต้องมีการทุ่มเทอย่างหนักเกินกว่าวันละ 10 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อการทำงานให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงใจลูกค้ามากที่สุด เวลาในแต่ละวันจึงต้องจัดสรรให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้มีงานค้าง หรืองานที่ส่งช้ากว่ากำหนดลูกค้า ซึ่งจะกระทบต่อความไว้วางใจและการกลับมาใช้บริการซ้ำ

3. จัดสมดุลอย่างรอบด้านให้ชีวิต

การทำงานแบบฟรีแลนซ์แม้ว่าจะมีความเป็นอิสระ แต่ก็ต้องมีการจัดสมดุลให้การงาน การเงิน สุขภาพและความสัมพันธ์กับคนรอบข้างเป็นไปด้วยดีพร้อม ๆ กัน เพราะหากมีการทุ่มเทรับงานและทำจนเกินตัว จะส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว ที่สำคัญ จะทำให้มีความกดดัน เคร่งเครียด ซึ่งจะกลายเป็นผลเสียต่อภาวะจิตใจและศักยภาพในการทำงานตามไปด้วย ตรงกันข้าม หากมีความเป็นอิสระมากเกินไป ก็จะทำให้รับงานน้อยจนมีรายได้ไม่พอเลี้ยงตัวเอง และทำให้เสียลูกค้าให้ฟรีแลนซ์ที่มีผลงานมากจากความขยันสม่ำเสมอได้

4. มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการทำงาน

การมีเป้าหมาย โดยเฉพาะด้านการเงิน จะทำให้มีแรงผลักดันที่จะกระตือรือร้น และเสริมสร้างอุปนิสัยความขยันอยู่เสมอ ตัวอย่างเช่น ต้องการมีรายได้เดือนละ 50,000 บาทขึ้นไป ก็จะต้องวางแผนประชาสัมพันธ์ตัวเอง รับงานลงตารางให้ไม่ซ้ำซ้อน บริหารเวลาให้ดีเป็นมืออาชีพ จึงจะสามารถทำงานฟรีแลนซ์ได้อย่างสำเร็จเป็นที่ถูกใจลูกค้าทุกชิ้น และทำให้สร้างรายได้ตามเป้าหมาย ซึ่งจะสร้างความภาคภูมิใจให้ตัวเองได้เป็นอย่างดี

วิธีคิดและปฏิบัติที่จะทำให้ประกอบอาชีพฟรีแลนซ์ได้

จะเห็นได้ว่า คุณสมบัติทำงานให้ประสบความสำเร็จในสายงานแบบฟรีแลนซ์ดังที่กล่าวมา จะเป็นประโยชน์ให้ทุกท่านที่สนใจไลฟ์สไตล์แบบอิสระ สามารถนำไปปรับใช้กับการประกอบอาชีพได้ในทุกสาขา เพื่อช่วยให้ประสบความสำเร็จและมีความสุขกับการประกอบอาชีพฟรีแลนซ์ยิ่งขึ้น

ชวนทำความรู้จัก โรคภูมิแพ้ไร้ฝุ่นและวิธีการจัดการที่ถูกต้อง

ชวนทำความรู้จัก โรคภูมิแพ้ไร้ฝุ่นและวิธีการจัดการที่ถูกต้อง

โรคภูมิแพ้ไรฝุ่น เป็นโรคอันดับต้น ๆ ที่รบกวนชีวิตประจำวันทั้งคนไทยและคนทั่วโลก เกิดเนื่องจากแมลงขนาดเล็กกว่าที่ตามองเห็น ซึ่งเรียกว่าไรฝุ่น มาอาศัยอยู่ในช่องโหว่ของผ้าทอ ทั้งปลอกหมอน ที่นอน ผ้านวม ผ้าม่านและพรม ซึ่งหากไม่กำจัดอย่างถูกวิธี ก็สามารถแพร่พันธุ์ได้นับเป็นล้านตัวในเวลา 1 ปี

ไรฝุ่น คือสาเหตุของโรคภูมิแพ้ไรฝุ่น ตัวไรฝุ่นจะเจริญเติบโตและแพร่พันธุ์ได้ โดยอาศัยการกินเศษโปรตีน เช่น เศษผิวหนังที่หลุดลอก ขี้ไคล ขี้เล็บ เส้นผมและขนที่หลุดร่วง ฯลฯ ทำให้วางไข่ครั้งละปริมาณมาก และถ่ายมูลไว้ ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้คนเกิดอาการของโรคภูมิแพ้ได้

ผู้ที่มีอาการภูมิแพ้ไรฝุ่น จะมีอาการหลากหลายทางระบบต่าง ๆ เช่น

1. ระบบทางเดินหายใจ จะมีอาการน้ำมูกใสไหลเป็นประจำ มีอาการจามบ่อย ๆ คันจมูก ซึ่งหากแพ้ไรฝุ่นขั้นรุนแรง จะมีอาการหอบหืด แน่นหน้าอกหายใจไม่ออกได้

2. อาการทางดวงตา ที่เยื่อบุตาขาวจะมีสีแดง รู้สึกคันและเคืองตาบ่อย ๆ ใต้ตาคล้ำ ช้ำบวม

3. อาการที่แสดงทางผิวหนัง จะมีตุ่มผดผื่นเล็ก ๆ ซึ่งมีอาการคันร่วมด้วย หากเป็นเด็กเล็กและผู้สูงอายุ อาจจะมีอาการเห่อตามข้อพับ ซอกแขนขา และลามทั่วทั้งตัวได้

วิธีป้องกันไรฝุ่นในปัจจุบัน คือ การใช้ผ้าปูที่นอนกำจัดไรฝุ่น เมื่อมีการซื้อเตียงหรือปลูกบ้านใหม่ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดไรฝุ่นในห้องนอน

ส่วนการกำจัดไรฝุ่นที่มีอยู่แล้วในห้องนอน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำวิธีดังต่อไปนี้

1. ทำความสะอาดที่นอนเป็นประจำ ด้วยการนำชุดเครื่องนอนไปซักตากที่อุณหภูมิสูงเกินกว่า 50 องศาเซลเซียส โดยต้องตากแดดแรงช่วงเที่ยงยาวนาน 1-2 ชั่วโมง เพื่อให้รังสี UV จัดการไรฝุ่นได้อย่างหมดจด โดยต้องทำเป็นประจำทุกเดือน

2. ใช้เครื่องดูดฝุ่นแบบสุญญากาศ เพื่อกำจัดมูล ไข่และตัวไรฝุ่นออกจากที่นอน พรม ผ้าม่าน ฯลฯ เป็นประจำ

3. งดการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงในห้องนอน โดยเฉพาะสุนัข แมว กระต่าย ฯลฯ ที่จะมีช่วงเวลาผลัดขน เมื่อหลุดร่วงจะเป็นอาหารของไรฝุ่น ทำให้เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมากในห้องนอนได้

4. ใช้สเปรย์สูตรสมุนไพรกำจัดไรฝุ่น โดยฉีดและคลุมด้วยผ้าหนานาน 8-10 ชั่วโมง เพื่อให้ตัวยาออกฤทธิ์ได้เต็มที่ หลังจากนั้นทำการซักตากแดด ตามปกติ จะลดจำนวนไรฝุ่นได้อย่างมาก

จะเห็นได้ว่า ไรฝุ่นเป็นตัวการของโรคภูมิแพ้ที่ทำให้หลายคนป่วยเป็นโรคผิวหนังหรือมีน้ำมูกจามโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งจำเป็นต้องป้องกันและหาวิธีจัดการอย่างถูกต้อง จึงจะทำให้สมาชิกทุกคนในบ้านปลอดจากโรคภูมิแพ้ได้ยาวนาน

ผู้ที่มีอาการภูมิแพ้ไรฝุ่น จะมีอาการหลากหลายทางระบบต่าง ๆ

เทคนิคในการควบคุมไขมันจากอาหารเพื่อสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น

เทคนิคในการควบคุมไขมันจากอาหารเพื่อสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น

ปัจจุบันมีการเก็บสถิติพบว่ามีผู้ป่วยด้วยโรคไขมันในเลือดสูง รวมถึงโรคหัวใจความดันที่เกิดจากมีไขมันอุดตันในเส้นเลือดเป็นจำนวนมาก ซึ่งไขมันเหล่านี้ส่วนใหญ่มาจากอาหารที่รับประทานทำให้ต้องมีการใช้ยาเพื่อรักษาและส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว

ในบทความนี้ เราจึงได้รวบรวมเทคนิคในการควบคุมปริมาณไขมันจากอาหาร เพื่อให้ทุกท่านได้นำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ดียิ่งขึ้น ดังนี้

1. เลือกบริโภคผลิตภัณฑ์ที่ฉลากระบุว่าไขมัน 0% หรือไขมันต่ำ เช่น นมพาสเจอร์ไรส์พร่องมันเนย นมเปรี้ยว โยเกิร์ต ไอศกรีมสูตร light ฯลฯ เพื่อให้ได้รับประโยชน์จากแร่ธาตุ เช่น แมกนีเซียม แคลเซียม และวิตามิน เช่น เอ บี ซี โดยที่ไม่ทำให้เสี่ยงต่อภาวะไขมันในเลือดสูง

2. สำหรับผู้ที่ชอบการรับประทานขนมปังปิ้ง ที่มีการทาเนย ครีม แยม ฯลฯ แนะนำให้ใช้กีวีสุกทาแทน เพื่อให้ได้รับกรดไขมันชนิดดีจากธรรมชาติและสารต้านอนุมูลอิสระสูง ซึ่งยังได้รสสัมผัสใกล้เคียงกับการทาเนย หรือใช้เทคนิคทาเนย แยม เพียงครึ่งแผ่น เพื่อลดปริมาณของไขมัน และน้ำตาลที่ร่างกายจะได้รับ (การได้รับน้ำตาลในปริมาณสูง ร่างกายจะเกิดการสะสมและเปลี่ยนแปลงเป็นไขมันสะสมตามอวัยวะต่าง ๆ ได้)

3. รับประทานเมนูเนื้อสัตว์ที่ไขมันต่ำ เช่น ปลาทะเล (ปลาทู แซลมอน) หรือเนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมัน ได้แก่ เนื้อส่วนอกไก่ เนื้อหมูสันใน ฯลฯ หลีกเลี่ยงเมนูที่ทำจากหนังสัตว์ทอดกรอบ เช่น หนังหมู หนังไก่ทอดกรอบ เพราะจะทำให้ได้รับไขมันจากน้ำมันที่ใช้ทอดและจากส่วนของหนังสัตว์เป็นจำนวนหลายร้อยแคลอรี่

4. ทำอาหารให้สุก ด้วยการนึ่ง ต้ม ตุ๋น แทนการทอดในกระทะ หรือหากต้องการทอดควรเลือกกระทะแบบใหม่ที่ทอดได้โดยไม่ต้องใช้น้ำมัน จะช่วยลดการได้รับปริมาณไขมันส่วนเกินในแต่ละวันได้ปริมาณมาก

5. สำหรับเครื่องปรุงรส ซอส ขนมกรุบกรอบ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป กาแฟซองชง ฯลฯ ก่อนตัดสินใจซื้อ ต้องให้ความสำคัญกับฉลากอาหารมากยิ่งขึ้น ด้วยการดูที่เปอร์เซ็นต์ไขมันและเปอร์เซ็นต์แคลอรี่ที่จะได้รับ (ควรเลือกยี่ห้อที่มีเปอร์เซ็นต์ของไขมันอิ่มตัวต่ำที่สุด)

6. การบริโภคน้ำมันมะพร้าว น้ำมันคาโนลา น้ำมันมะกอก น้ำมันดอกทานตะวัน โดยนำมาปรุงในน้ำสลัดหรือใช้ทอดอาหารแทนการใช้น้ำมันปาล์มจะช่วยให้ร่างกายได้รับกรดไขมันชนิดดีไปควบคุมสมดุล เพิ่มค่าไขมันชนิดดี HDL ในร่างกาย ลดค่าไขมันชนิดร้าย LDL และ cholesterol ได้อย่างมาก

จะเห็นได้ว่า เทคนิคที่กล่าวมาเป็นสิ่งที่สามารถปรับใช้ในการเลือกซื้ออาหารและวัตถุดิบต่าง ๆ บริโภคในชีวิตประจำวันได้ หวังว่าจะเป็นแนวทางปฏิบัติที่ทำให้ทุกท่านมีสุขภาพที่ดียิ่งขึ้นในระยะยาว

การควบคุมปริมาณไขมันจากอาหาร

สิงคโปร์ สถานที่เที่ยวต่างประเทศ น่าไปใกล้ประเทศไทย

ประเทศสิงคโปร์นับได้ว่าเป็นสถานที่เทียวต่างประเทศที่มีความน่าสนใจ แม้พื้นที่เป็นเกาะค่อนข้างเล็ก ห่างจากประเทศไทยไปทางตอนใต้โดยมีมาเลเซียคั่นกลาง ประเทศสิงคโปร์เป็นประเทศภายใต้การปกครองของประเทศอังกฤษและมาเลเซียมานาน ซึ่งในปี 1965 ก็ได้มีการแยกตัวออกมาจนถึงปัจจุบัน สิงคโปร์ถือเป็นประเทศที่มีความเจริญรุดหน้าถึงขั้นสูงสุด นับได้ว่าเป็นประเทศในเอเชียที่มีชื่อเสียงในด้านของคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งที่มีความหลากหลายของประชากร ทั้งด้านของศาสนา เชื้อชาติ วัฒนธรรม แต่มีการจัดระเบียบที่เข้มงวด สังเกตได้จากบ้านเมืองที่สะอาดและปัญหาอาชญากรรมต่ำ

การเตรียมตัวไปท่องเที่ยวสิงคโปร์นั้น ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาในการเตรียมตัวมาก เนื่องจากสภาพอากาศใกล้เคียงกัน แต่ที่สิงคโปร์จะมีความร้อนชื้นและก็ฝนตกชุกกว่า และในช่วงที่ร้อนที่สุดจะไม่ตรงกับประเทศไทย คือ จะอยู่ในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม

หากคุณเดินทางจากประเทศไทย นั่งเครื่องบินไปก็ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น และหลังจากออกจากสนามบิน ก็สามารถเดินทางได้หลายแบบ เช่น รถเช่า รถประจำ รถไฟใต้ดิน รถสามล้อ ฯลฯ

สำหรับที่ท่องเที่ยวในประเทศสิงคโปร์ ที่คนทั่วโลกรู้จักกันดี เช่น

1. มาริน่า เบย์ (Marina Bay) เป็นสถานที่ตั้งของร้านค้าหรูหรามากมาย และเป็นแหล่งช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมชั้นนำของโลก มีสถานบันเทิงด้านวัฒนธรรม เช่น โรงละคร โรงภาพยนตร์ด้วย ที่ Marina Bay เป็นที่รู้จักเพราะความสวยงามในการออกแบบ จนเรียกได้ว่าเป็นสถานที่สัญลักษณ์ของสิงคโปร์ เทียบได้กับลอนดอนอาย (London Eye) ของประเทศอังกฤษ

2. มาริน่า เบย์ แซนด์ส (Marina Bay Sands) เป็นบริเวณที่อยู่ติดกับมาริน่า เบย์ เป็นที่ตั้งของรีสอร์ท 5 ดาว ซึ่งนับเป็นจุดถ่ายรูปที่นักท่องเที่ยวนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงกลางคืนที่จะมีการเปิดไฟให้สีสันที่สวยงาม ทำให้เห็นโครงสร้างของตึกที่รูปทรงเป็นเอกลักษณ์ชัดเจน

3. ออชาร์ด (Orchard) เป็นถนนที่นักท่องเที่ยวนิยมไปแวะก่อนเดินทางกลับ เพราะเป็นแหล่งรวมร้านค้าให้ช้อปปิ้งมากมาย ในความยาวประมาณ 2 กิโลเมตร เช่น ร้านอาหาร ขนมหวาน ร้านขายเสื้อผ้า กระเป๋า ฯลฯ หากต้องการของฝากกลับบ้าน ก็ไม่ควรพลาดที่นี่

4. ยูนิเวิร์ลซัล สตูดิโอ (Universal Studio) ตั้งอยู่ในเขตเซนโตซา (Sentosa) เป็นสวนสนุกชื่อดังจากสหรัฐอเมริกา ที่สิงคโปร์เป็นสาขาในภูมิภาคเอเชียที่คนนิยมไปกัน โดยจะมีเครื่องเล่นเกือบ 20 ชนิด

สิงคโปร์เป็นประเทศหนึ่งที่คนไทยนิยมไป เพราะความสะดวกในการเดินทาง ไม่ต้องลำบากเรื่องของเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย มีความปลอดภัยสูง แม้ค่าครองชีพจะค่อนข้างสูง แต่ก็คุ้มค่ากับการได้เรียนรู้แลกเปลี่ยนสิ่งที่แตกต่างจากประเทศไทย โดยเฉพาะเรื่องการรักษาระเบียบวินัย จึงนับว่าเป็นสถานที่เทียวต่างประเทศอีกแห่งหนึ่งที่ควรไป

สำหรับที่ท่องเที่ยวในประเทศสิงคโปร์ ที่คนทั่วโลกรู้จักกันดี