ปัญหาของการใช้สื่อออนไลน์ในยุคปัจจุบัน

ปัจจุบันเทคโนโลยีและการสื่อสารออนไลน์อยู่ในวิถีชีวิตของผู้คนตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ เนื่องจากมีระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงมีสัญญาณแรงให้บริการทั่วไป และราคาของอุปกรณ์เทคโนโลยีอุปกรณ์ไอทีต่าง ๆ ที่ถูกลงอย่างมาก ทั้งโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ แต่อย่างไรก็ตาม นอกจากความสะดวกสบายแล้ว ก็ทำให้มีปัญหาจากการใช้สื่อออนไลน์ได้เช่นกัน ดังนี้

1.เกิดการเสพสื่อทางด้านลบมากเกินไป
หากเสพข้อมูลข่าวสารที่มีการใช้ถ้อยคำหยาบคาย เหยียดเพศ ศาสนา เชื้อชาติมากเกินไป จะกระทบต่อความมั่นใจในตัวเอง เกิดปมด้อยในการเข้าสังคม หรือเก็บกดกลายเป็นโรคซึมเศร้า โรคเครียดและวิตกกังวลได้ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชนที่จิตใจหวั่นไหวได้ง่ายกับการถูกตำหนิจากสังคมเพื่อนในวัยเดียวกัน

2.เกิดโรคจากการเทคโนโลยีมากเกินไป
ตัวอย่างที่พบบ่อย เช่น การใช้สายตาจ้องมองจอโทรศัพท์นาน ๆ จะทำให้ทั้งความเสี่ยงเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อมและสายตาสั้น มีอาการปวดหัวไมเกรนจากการเพ่งต่อเนื่องยาวนาน ปัญหาของกล้ามเนื้อที่เรียกว่าโรคออฟฟิศซินโดรม ที่มีอาการตั้งแต่ปวดนิ้วมือ ข้อมือ ไหล่ หลัง ซึ่งต้องใช้ยาและแก้ไขด้วยการปรับเปลี่ยนท่าทางยืดเส้นยืดสายเป็นระยะ หรือหากมีอาการมากก็ต้องผ่าตัดด้วย

3.แพร่กระจายข่าวสารที่ไม่เป็นความจริง
การส่งต่อข่าวสารที่ไม่เป็นความจริงส่งผลกระทบในวงกว้างอย่างรวดเร็ว เสื่อมเสียทั้งเสียชื่อเสียงของบุคคลหรือสร้างความขัดแย้งในสังคมได้ ดังนั้น หากไม่ไตร่ตรองให้ดีเสียก่อน อาจกลายเป็นเครื่องมือของกลุ่มมิจฉาชีพในการหาผลประโยชน์เข้าตัวเองได้ หรืออาจถูกฟ้องร้องเป็นคดีความได้หากเจ้าของเรื่องแจ้งความดำเนินคดีในชั้นศาล ซึ่งต้องเสียค่าปรับหรือมีโทษถึงขั้นจำคุก

4.ถูกโจรกรรมข้อมูลได้
หากเข้าใช้บริการเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันที่มีเจตนาร้ายแอบแฝงอยากถูกโจรกรรมข้อมูล เช่น ข้อมูลบนบัตรประชาชน บัตรเครดิต วันเดือนปีเกิด ซึ่งอาจตามมาด้วยการมีเบอร์บุคคลแปลกหน้าโทรศัพท์มาขายสินค้า ก่อกวนหรือชักชวนให้ทำกิจกรรมบางอย่างที่นำมาซึ่งการเสียทรัพย์ได้

5.ทำให้ปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คนลดน้อยลง
ตรงกับคำที่ว่าปัจจุบันเป็นสังคมก้มหน้าคือ แต่ละคนจะก้มมองที่โทรศัพท์มือถือ เพื่อพิมพ์ข้อความ อ่านข่าว ดูหนัง ฟังเพลง อ่านนิยายออนไลน์ ฯลฯ จนแทบจะไม่ได้คุยปรึกษาสารทุกข์สุขดิบ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นโดยตรงเลย ทำให้ทักษะการเข้าสังคมแย่ลง และหากเสพติดสื่อออนไลน์ตั้งแต่อายุน้อยก็จะทำให้เกิดพฤติกรรมแปลกแยก มีโลกส่วนตัวสูง ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับผู้อื่นได้

จะเห็นได้ว่า การใช้สื่อเทคโนโลยีที่ไม่เหมาะสมอาจส่งผลร้ายหลายด้านได้ ทั้งระดับตัวบุคคลและสังคม เราจึงควรบริหารจัดการใช้เทคโนโลยีอย่างรู้ขอบเขต เพื่อป้องกันปัญหาต่าง ๆ ที่กล่าวมา

อยากขายของออนไลน์ได้ครึ่งแสนต่อเดือน ต้องรู้เทคนิคแบบมืออาชีพ

อยากขายของออนไลน์ได้ครึ่งแสนต่อเดือน ต้องรู้เทคนิคแบบมืออาชีพ

การทำธุรกิจขายของออนไลน์เป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน เพราะผู้คนส่วนใหญ่พกโทรศัพท์มือถือติดตัวเกือบตลอดเวลา จึงมีพฤติกรรมสั่งซื้อของใช้ในบ้าน อาหาร เครื่องสำอาง เสื้อผ้า ฯลฯ ผ่านอินเทอร์เน็ตมากขึ้น

เรามาดูกันว่า ถ้าคุณต้องการขายของออนไลน์ให้ได้มูลค่าครึ่งแสนต่อเดือน จะมีเทคนิคแบบมืออาชีพอย่างไรบ้าง

  1. หาแหล่งจำหน่ายสินค้าราคาถูก

ถ้าคุณจำหน่ายสินค้ากลุ่มแฟชั่นเสื้อผ้า ก็ควรจะเลือกเว็บไซต์ที่ให้ราคาขายส่ง คือ taobao และ 1688 ของประเทศจีน แม้คุณจะอ่านภาษาจีนไม่ออก แต่ก็สามารถใช้ระบบแปลภาษาอัตโนมัติของ Google ช่วยให้เข้าใจได้ เมื่อต้นทุนสินค้ามีราคาถูกกว่ารายอื่น ก็เท่ากับคุณมีโอกาสขายในราคาไม่แพง แต่ได้กำไรสูงมากขึ้น ส่วนสินค้าหมวดอื่น ก็ใช้หลักการเดียวกัน คือ ติดต่อกับโรงงานผู้ผลิตโดยตรง เพื่อตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกให้มากที่สุด

  1. เปิดเพจใน Facebook

คนไทยมีการใช้ Facebook เป็นอันดับ 1 ของโลก นั่นแสดงว่า ถ้าคุณต้องการขายสินค้าให้คุณไทย โดยเฉพาะกลุ่มเสื้อผ้าแฟชั่น ครีม เครื่องสำอาง ให้วัยรุ่นและวัยทำงานชาวไทย ก็ต้องเปิด Facebook เป็นร้านค้าและตั้งค่าเป็นสาธารณะ ให้มีโอกาสเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายมากขึ้น เกิดการแชร์และแนะนำบอกต่อสินค้าที่น่าสนใจได้อย่างรวดเร็วในวงกว้าง

  1. มีเว็บไซต์ของตัวเอง

การมีเว็บไซต์เป็นชื่อเดียวกันกับเพจใน Facebook จะเพิ่มความมั่นใจให้แก่ลูกค้าได้ ว่าคุณเป็นมืออาชีพในการผลิต นำเข้าและจัดส่งสินค้าอย่างเป็นระบบ ทำให้ลูกค้าสบายใจว่าจะไม่ถูกกลุ่มมิจฉาชีพหลอกลวง ขณะเดียวกันในงานหลังบ้าน คุณก็ควรติดตั้งระบบบริหารงานขาย เช่น woocommerce ลงในเว็บไซต์ เพื่อช่วยให้การสั่งซื้อสินค้าและชำระเงินเป็นไปอย่างรวดเร็วและสะดวกยิ่งขึ้นด้วย

  1. ทำ SEO ให้กับเพจและเว็บไซต์

การทำ SEO หรือ search engine optimization สำคัญต่อการพัฒนาทั้งโครงสร้างเพจและเว็บไซต์ให้มีความสวยงาม จัดหมวดหมู่สินค้าให้หาง่าย การผลิตบทความที่สอดคล้องกับความสนใจของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายโดยมีการแทรก keyword SEO ลงไป ถ้าทำเป็นประจำได้ ก็จะทำให้อันดับสืบค้นดีขึ้น เพิ่มโอกาสได้รับออเดอร์บ่อยขึ้นจากลูกค้าเก่าและใหม่

  1. การทำ SEM

SEM หรือ search engine marketing เป็นการใช้เทคนิคโฆษณาเพื่อกระตุ้นการมองเห็นในบางช่วงจังหวะที่คุณต้องการเพิ่มยอดการขาย หรือต้องการให้แบรนด์เป็นที่จดจำ เช่น วันขึ้นปีใหม่ วันวาเลนไทน์ วันหยุดสุดสัปดาห์ วันเงินเดือนออก ฯลฯ จะทำให้ได้ออเดอร์เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว คุ้มค่ากับการประชาสัมพันธ์ทั้งในเฟซบุ๊กและกูเกิ้ล

จะเห็นได้ว่า ถ้าคุณต้องการเพิ่มยอดขายให้ได้มากถึงครึ่งแสนต่อเดือน จะต้องใช้หลาย ๆ เทคนิคร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ ทั้งต้องมีการวางแผนการตลาดอย่างรอบคอบ ก็จะทำให้คุณประสบความสำเร็จด้านยอดขายและผลกำไร

มัลเบอร์รี่ ปลูกง่าย ประโยชน์เยอะ

มัลเบอร์รี่ ปลูกง่าย ประโยชน์เยอะ

หากเอ่ยชื่อ มัลเบอร์รี่ หลายคนคงเข้าใจว่าเป็นผลไม้มาจากต่างประเทศ ก็ชื่อฟังดูฝรั่งจ๋าขนาดนั้น ใครจะคิดว่า มัลเบอร์รี่ จะเป็น ต้นหม่อน พืชเศรษฐกิจสำคัญในอาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงหนอนไหมของชุมชนทางภาคเหนือและอีสาน ซึ่งปัจจุบันมีงานวิจัยส่วนต่าง ๆ ของต้นหม่อน เช่น ราก ใบ และผล นำไปพัฒนาต่อยอดในภาคอุตสาหกรรมอาหารและยามากมาย นอกจากนี้ยังมีเรื่องน่ารู้ของมัลเบอร์รี่หรือหม่อน มาแนะนำให้ได้รู้จักกันมากยิ่งขึ้นด้วยค่ะ

มัลเบอร์รี (Mulberry) ภาษาอีสานเรียก มอน

เป็นพืชชนิดเดียวที่หนอนไหมกินในช่วงชีวิตที่เป็นดักแด้ เพื่อสร้างรังไหมที่ให้เส้นใยมีคุณภาพ และกลายเป็นอาชีพของเกษตรกรบ้านเรามานานแสนนาน หม่อนเป็นพืชอายุยืนราว 80 ถึง 100 ปี เจริญเติบโตได้ดีในภูมิประเทศเขตร้อน นอกจากประโยชน์ทางการเกษตรแล้ว หม่อนยังมีสรรพคุณทางยาพื้นบ้าน เช่น ใบอ่อนและกิ่งอ่อนของต้นหม่อนถูกนำมาใช้เป็นยาแก้ไข้ แก้ตัวร้อน แก้ร้อนในกระหายน้ำ ยาอมแก้ไอแก้เจ็บ หรือนำมาต้มเอาน้ำมาล้างตา แก้อาการตาแดง ตาฟาง ส่วนใบแก่ นำมาตากแห้งทำยาสูบ แก้ริดสีดวงจมูก ใบสดต้มดื่มแทนน้ำชาช่วยต้านอนุมูลอิสระ รากหม่อนนำมาตากแห้งต้มผสมน้ำผึ้ง ช่วยขับพยาธิ รักษาโรคทางเดินหายใจ และโรคความดันโลหิตสูง นอกนี้หม่อนหรือมัลเบอร์รี่ ยังมีสารสำคัญที่มีสรรพคุณทางการแพทย์แผนปัจจุบันได้แก่

  1. สารแอนโทไซยานิน (Anthocyanins) เป็นสารสำคัญที่พบในผักและผลไม้ สีม่วง ชมพู และน้ำเงิน มีคุณสมบัติเป็นโภชนะเภสัช (nutraceutical) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ ลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและเส้นเลือดอุดตันในสมอง มีสาร Quercetin และสาร Kaempferol ช่วยให้เม็ดเลือดขาวแข็งแรง ลดอาการแพ้และการอักเสบต่าง ๆ ช่วยยับยั้งการเกิดสารก่อมะเร็งต่าง ๆ เช่น มะเร็งเม็ดเลือด มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ และยับยั้งไม่ให้เลือดจับตัวเป็นก้อน ชะลอความเสื่อมของดวงตา ป้องกันการดูดซึมของน้ำตาลในลำไส้เล็ก และช่วยยับยั้งจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ ในระบบทางเดินอาหารอีกด้วย
  2. สาร Deoxynojirimycin (DNJ) ซึ่งเป็นสารในกลุ่มแอลคาลอยด์ที่มีโครงสร้างคล้ายน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว ช่วยลดการดูดซึมกลูโคส และลดระดับน้ำตาลในเลือดได้
  3. สารอาหารกาบา (GABA) หรือ แกมมา อะมิโนบิวทีริก แอซิด (Gamma-Aminobutyric acid) เป็นกรดอะมิโนจำเป็นซึ่งทำหน้าที่เป็นสารสื่อประสาท เพื่อรักษาความสมดุลของระบบสารสื่อประสาท ทำหน้าที่ช่วยให้สมองผ่อนคลาย ลดความเครียด ลดอาการกระวนกระวายใจ ช่วยลดความดันโลหิต สร้างสมดุลการพักผ่อน ช่วยให้นอนหลับสนิท และมีสารไฟโตสเตอรอล (Phytosterol) ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ช่วยไม่ให้เกิดหลอดเลือดแดงแข็งหรือตีบได้
  4. วิตามินซี สูง ช่วยป้องกันโรคหวัด ภูมิแพ้ วัณโรค โรคปอด การอักเสบจากเชื้อไวรัส และช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้แก่ร่างกายได้เป็นอย่างดี แต่แน่นอนว่าเมื่อมี Vit C สูงก็ควรทานต่อวันอย่างพอเหมาะ อาจเอามาทานเล่นระหว่างนั่งดูหนัง ราคาบอลไหล ดูบอลออนไลน์ เมื่อเผลอทานเยอะเกินไปอาจปัสสวะบ่อยหรือแสบท้องได้เช่นกัน
  5. วิตามินบี6 และโฟลิก สูง ช่วยในด้านการบำรุงเซลล์สมอง บำรุงเลือด บำรุงตับ และไต ช่วยลดอาการปวดประจำเดือน ช่วยผ่อนคลายความเครียด และลดการเกิดสิว
  6. วิตามินเอ ช่วยในด้านการบำรุงสายตา ป้องกันการเกิดต้อกระจก ลดการอักเสบของสิว และยังช่วยบำรุงเหงือกและฟัน

ปัจจุบันผู้คนนิยมปลูกหม่อนไว้เพื่อรับประทานผล สายพันธุ์ที่นิยมได้แก่ เชียงใหม่ 60, บุรีรัมย์ 60 และกำแพงแสน 84 ซึ่งได้รับการพัฒนาจากสถาบันการเกษตรอย่างต่อเนื่อง สามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพภูมิอากาศของบ้านเรา สำหรับวิธีปลูกหม่อนในพื้นที่จำกัดไม่เกิน 4×4 เมตร ต้องเว้นระยะระหว่างต้นอย่างน้อย 1 – 2 เมตร รดน้ำให้ชุ่มวันละ 1 ครั้ง พอต้นหม่อนสูงได้ขนาด 1 เมตร เริ่มพรวนดินและใส่ปุ๋ยมูลสัตว์เป็นประจำทุกเดือน

ในช่วงฤดูออกผลราวเดือน พฤศจิกายน ถึงธันวาคม เริ่มตัดแต่งกิ่งเล็ก ๆ และโน้มกิ่งเข้าหากันโดยหาหลักยึดกิ่งและลำต้นไว้ ระหว่างนี้ 7 วันไม่ต้องรดน้ำ รอจนกิ่งใหม่แตกตาออกมาแล้วจึงรดน้ำให้ชุ่มทุกวัน จะช่วยให้ลูกหม่อนผลอวบใหญ่ขึ้น หากรดด้วยน้ำหมักชีวภาพสลับกันจะช่วยเพิ่มรสชาติให้หวานหอมมากขึ้น

เทคนิคในการเก็บลูกหม่อน แนะนำให้เก็บตอนเช้าหลังจากหมดน้ำค้าง เพื่อป้องกันการเน่าเสีย จากนั้นผึ่งลมให้แห้งก่อนเก็บใส่ภาชนะหรือกล่องพลาสติกที่เตรียมไว้ เรียงแผ่ให้เต็มพื้นที่ ระวังอย่าให้ทับซ้อนกันจนเกินไป เก็บแช่ตู้เย็นไว้รับประทานสดหรือจะแปรรูปเป็นแยม หรือทำเมนูเครื่องดื่มก็ยิ่งอร่อยและอุดมไปด้วยคุณประโยชน์

เรื่องจริง คนชอบสระผมแล้วรีบนอนต้องรู้

เรื่องจริง คนชอบสระผมแล้วรีบนอนต้องรู้

ปัจจุบันคนจำนวนมากนิยมสระผมก่อนนอนมากกว่าเวลาเช้า เพราะความเร่งรีบไปทำงาน ซึ่งมีการเก็บข้อมูลทางการแพทย์พบว่าจะสร้างปัญหาต่อระบบร่างกายหลายส่วนในระยะยาว เรามาดูกันว่า ข้อเท็จจริงทางการแพทย์ที่คนชอบสระผมแล้วรีบเข้านอนควรรู้ มีอะไรบ้าง

  1. ทำให้ติดเชื้อราบนหนังศีรษะง่าย

การสระผมในช่วงเวลากลางคืน ถ้าไม่ใช้พัดลมหรือไดร์เป่าให้ผมแห้งสนิทก่อนนอน จะทำให้มีเปอร์เซ็นต์สูงที่จะติดเชื้อราบนหนังศีรษะ เนื่องจากเชื้อรากับความชื้นเป็นของคู่กัน ความอับชื้นที่เกิดขึ้นบนหนังศีรษะบ่อยครั้ง จะทำให้เกิดอาการกลากเกลื้อนบนหนังศีรษะ อันเป็นต้นเหตุของรังแค คันและหนังศีรษะหลุดลอกเป็นเกล็ด นอกจากส่งผลต่อบุคลิกภาพแล้ว ยังทำให้ต้องใช้ยารับประทานและยาหมักฟอกผมสูตรฆ่าเชื้อราอีกนานหลายเดือนด้วย

  1. ทําให้รากผมอ่อนแอร่วงง่าย

การมีความชื้นอยู่ที่หนังศีรษะนานในช่วงเวลานอนหลายชั่วโมง จะส่งผลให้รากผมไม่แข็งแรง ผมร่วงง่าย การที่เส้นผมบางจะทำให้คุณดูแก่กว่าวัยด้วย หากตื่นนอนขึ้นมาแล้วคุณสังเกตว่ามีเส้นผมขาดหลุดร่วงอยู่บนปลอกหมอนและที่นอนจำนวนมากกว่าปกติ ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น เปลี่ยนเวลาการสระผมและเช็ดผมให้แห้งสนิท หากไม่ดีขึ้นควรรีบพบแพทย์เฉพาะทางด้านเส้นผมและหนังศีรษะ

  1. ติดเชื้อแบคทีเรียบนผิวหนังง่าย

การที่เรานอนบนหมอนโดยที่ผมยังเปียกชื้น จะมีการสะสมของเชื้อโรคบนเครื่องนอนได้มากกว่าปกติ เพราะในแต่ละคืนจะมีเซลล์เก่าที่หลุดลอกจากหนังศีรษะ รากผม ผิวหนัง ขี้ไคล ฯลฯ ที่ไปรวมกันบนปลอกหมอน ผ้าห่มและที่นอน จึงเกิดการเติบโตของแบคทีเรียชนิดร้าย ซึ่งเป็นต้นเหตุของอาการแพ้คันผิวหนัง เป็นสิว เกิดตุ่มผดผื่น บริเวณใบหน้าและลำคอ ไหล่หลังได้ง่ายด้วย

  1. เป็นหวัดหรือปวดหัวง่าย

การไม่เช็ดผมให้แห้งสนิทก่อนนอน จะทำให้อุณหภูมิของร่างกายมีความแตกต่างกันในบริเวณหนังศีรษะและอุณหภูมิร่างกายส่วนที่เหลือ จึงทำให้ระบบของร่างกายต้องทำงานหนักในการปรับสมดุล มีการหดตัวของเส้นเลือดที่ศีรษะ ทำให้ระบบภูมิต้านทานอ่อนแอในการต่อสู้กับเชื้อโรค จึงทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นหวัด และมีอาการปวดหัวโดยไม่ทราบสาเหตุได้บ่อย ๆ

จะเห็นได้ว่า มีหลายอย่างที่อาจตามมาได้ หากคุณชอบสระผมตอนกลางคืน แล้วไม่ได้เช็ดผมให้แห้งสนิท ซึ่งคนจำนวนไม่น้อยละเลยการดูแลตัวเองในประเด็นนี้ไป เราหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกท่านตระหนักถึงความสำคัญของรายละเอียดในชีวิตประจำวัน เพื่อให้สุขภาพแข็งแรง ปลอดจากโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ได้มากที่สุด

เรื่องควรทำก่อนนอน เพื่อการนอนหลับอย่างมีความสุข

เรื่องควรทำก่อนนอน เพื่อการนอนหลับอย่างมีความสุข

โดยปกติแล้วร่างกายของมนุษย์เราควรได้รับการพักผ่อนอย่างน้อย 8-10 ชั่วโมง เป็นอย่างต่ำ เพื่อร่างกายที่มีความพร้อมสำหรับทำกิจกรรมในวันถัดไป ที่สำคัญ การนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอจะช่วยทำให้การทำงานของระบบประสาทและสมองมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วย

แต่เชื่อได้ว่าการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ในยุคนี้ กว่าจะหลับตานอนลงได้ในแต่ละคืนนั้น ต้องหาโน่นหานี่ทำก่อนนอนเป็นแน่ และก็มักจะทำไปเรื่อย ๆ จนกว่าตาจะเปิดไม่ขึ้นจึงจะยอมนอนลงได้ เช่น การเล่นโทรศัพท์ การดูทีวี เป็นต้น ซึ่งวิธีการเหล่านี้จะเป็นตัวบ่อนทำลายสุขภาพกายและหัวสมองให้เสื่อมลงในทุก ๆ วัน เช่นนั้นแล้วหากไม่อยากให้หัวสมองเสื่อมหรือร่างกายทรุดโทรมก่อนวัยอันควร ควรทำสิ่งเหล่านี้ก่อนนอน ได้แก่

1. ทำหัวสมองให้ว่างเปล่า

ตราบใดที่หัวสมองยังมีเรื่องให้ครุ่นคิดอยู่ตลอดเวลาแล้วล่ะก็ ดวงตาไม่มีทางที่จะยอมปิดลงอย่างง่ายเป็นแน่ คนส่วนใหญ่มักจะเอาเรื่องงานมานอนคิดก่อนเข้านอน นอกจากจะทำให้คิดอะไรไม่ออกแล้วยังเสียเวลานอนไปโดยเปล่าประโยชน์ ควรตัดความคิดกังวลทุกอย่างออกจากสมอง เพื่อให้หัวสมองได้รับการพักผ่อนเสียบ้าง

2. ปิดไฟให้ดับสนิท

การมีแสงสว่างส่องมาที่ดวงตาในขณะที่ต้องหลับพักผ่อนนั้น ถือเป็นการรบกวนโสตประสาทหรือประสาทสัมผัสของร่างกายเป็นอย่างมาก และจะยิ่งทำให้การนอนหลับเป็นเรื่องที่ยากมากขึ้น ควรปิดไฟให้ดับสนิทและควรเปิดหน้าต่างให้เกิดการถ่ายเท ห้องที่มืดและอากาศที่หายใจสะดวกจะช่วยทำให้การนอนหลับเป็นเรื่องที่ง่ายมากขึ้น

3. ห่างไกลจากโทรศัพท์มือถือ

คงจะเคยได้ยินถึงข้อห้ามไม่ให้นำเอาโทรศัพท์มือถือวางไว้ใกล้ตัวเวลานอนหลับ เพราะถึงแม้ว่าจะไม่ได้ใช้งานแต่โทรศัพท์จะต้องมีการส่งคลื่นสัญญาณอยู่ตลอดเวลา และร่างกายก็จะดูดซับคลื่นสัญญาณนั้นจากโทรศัพท์มือถือ ส่งผลกระทบต่อระบบประสาท จึงควรนำออกไปไว้ให้ห่างไกลที่สุดหรือไว้นอกห้องได้เลยยิ่งดี เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนและไม่ดูดซับสารอันตรายเข้าไปในขณะที่นอนหลับ

4. นั่งสมาธิ

อาจจะดูเป็นกิจกรรมก่อนนอนที่เป็นเรื่องยากของใครหลายคน ทั้งที่มันสามารถทำได้แบบแสนง่าย การนั่งสมาธิก่อนนอนจะช่วยทำให้จิตใจสงบมากยิ่งขึ้น มีสติในการคิดพิจารณาไตร่ตรองอะไรได้ง่ายขึ้นและเมื่อจิตสงบแล้วก็จะทำให้การนอนหลับไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

ปัญหาการนอนไม่หลับในเวลากลางคืน และการไม่อยากตื่นในตอนเช้าน่าจะยังคงเป็นปัญหาใหญ่ของใครหลายคนที่ยังไม่สามารถหาทางแก้ไขได้ อาจจะด้วยเหตุปัจจัยอะไรหลาย ๆ อย่างที่ทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ ลองปรับเปลี่ยนวิธีการและแนวทางปฏิบัติดูบ้าง รับรองว่าจะทำให้การนอนหลับในเวลากลางคืนกลายเป็นเรื่องง่าย

3 สหายฝ่าวิกฤต สุดยอดเมนูสร้างสรรค์

3 สหายฝ่าวิกฤต สุดยอดเมนูสร้างสรรค์

พูดถึงของกินซึ่งแทบจะทุกบ้านต้องมีติดไว้ในตู้กับข้าวได้แก่ ไข่ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และปลากระป๋อง เป็น 3 สหาย สู้ชีวิตที่มีอยู่คู่ครัวไทยมาช้านาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวิกฤตการณ์แพร่ระบาดของ COVID -19 ที่กำลังลุกลามไปทั่วทุกมุมโลก แม้แต่ในถุงยังชีพที่หลายหน่วยงานนำมาแจกจ่ายให้กับประชาชนผู้เดือดร้อน ตลอดจนตู้ปันสุขในชุมชนต่าง ๆ ก็ไม่เคยขาดแคลนเจ้าสามสหายที่ว่านี้ ส่วนจะนำไปปรุงเป็นเมนูอะไรนั้นก็สุดแท้แต่ความชอบ สำหรับเมนูยอดนิยมที่เรียกได้ว่ากินกันมาตั้งแต่เล็กจนกระทั่งโตคงหนีไม่พ้น เมนูสารพัดไข่ ทั้งไข่ดาว ไข่ต้ม ไข่ตุ๋น ไข่ลวก ไข่เจียว ไข่เจี๋ยน ฯลฯ สร้างสรรค์กันไปตามความถนัด แต่สำหรับวันนี้เรามีสุดยอดเมนูสร้างสรรค์ จาก 3 สหาย ไข่ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และปลากระป๋อง ที่ร่วมฝ่าวิกฤตนี้ไปด้วยกันมาแนะนำ พร้อมด้วยเรื่องราวน่ารู้ของสารอาหารที่มีอยู่ในเมนูเหล่านี้ด้วย

  • เมนูที่ 1 ยำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปปลากระป๋อง เป็นการเติมความกรุบกรอบลงในความแซ่บได้อย่างลงตัว
  • เมนูที่ 2 บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไข่ตุ๋นปลากระป๋อง
  • เมนูที่ 3 ราดหน้าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปปลากระป๋อง
  • เมนูที่ 4 ข้าวไข่ข้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปปลากระป๋อง

ซึ่งเป็นเมนูที่หลายคนค้นพบความอร่อยแบบลงตัวในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ที่สำคัญในแต่ละเมนูสามารถดัดแปลงส่วนผสม เช่น ผัก สมุนไพรและเครื่องปรุงอื่น ๆ ได้ตามชอบใจ โดยเลือกซื้อในตลาดนัดชุมชนใกล้บ้าน หรือแม้แต่ในกระถางหรือเรือนเพาะชำภายที่ปลูกไว้ภายในบ้านก็สะดวกดี

ในสมัยโบราณอาหารไทยนั้น ขึ้นชื่อเรื่องการใช้เครื่องแกงและสมุนไพรพื้นบ้านในการชูรส จึงไม่แปลกใจที่คนไทยในอดีตจึงมีอายุยืนยาวโดยไม่ต้องพึ่งพายารักษาโรคให้หมดเปลืองเงิน อย่างเช่น เมนูแกงเลียง ที่อุดมไปด้วยสารอาหารและวิตามินจากผักสดที่นำมาประกอบอาหาร เช่น ฟักทอง ช่วยบำรุงสายตา บวบ บำรุงหัวใจ แก้ร้อนใน และมีสรรพคุณเป็นยาระบาย ส่วนเห็ด มีสาร Vovatoxin ช่วยป้องกันการเจริญเติบโตของไวรัสสาเหตุของไข้หวัดใหญ่ และช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ใบแมงลัก ช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ตำลึง แก้ไข้ บำรุงสายตา และรักษาโรคผิวหนัง พริกไทย ช่วยย่อยอาหาร ขับลม ขับเหงื่อ และบรรเทาความร้อนในร่างกาย นอกจากนี้ยังมีสารอาหารสำคัญเช่น คาร์โบไฮเดรต โปรตีน แคลเซียม ธาตุเหล็ก ไ เบอร์ และวิตามินต่าง ๆ อีกมากมาย สรรพคุณเหล่านี้ ช่วยบำรุงเลือดและกระตุ้นน้ำนมให้กับคุณแม่หลังคลอดได้เป็นอย่างดี ส่วนสารอาหาร ที่มีอยู่ใน 3 สหายฝ่าวิกฤตก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เช่น

สหายแรก ไข่ อุดมไปด้วยโปรตีน สังกะสีวิตามิน A, D, E และ B12 อีกทั้งยังให้พลังงานน้อยและมีธาตุเหล็กช่วยสร้างเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง สามารถช่วยผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงให้เป็นไปอย่างปกติ สารแคโรทีนอยด์ที่สำคัญต่อสุขภาพดวงตาอย่างมาก อีกทั้งยังช่วยป้องกันร่างกายจากสารอนุมูลอิสระ และลดความเสี่ยงการเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อม และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจดจำให้ดียิ่งขึ้น

สหายที่สอง บะหมี่สำเร็จรูป นอกจากจะมีคาร์โบไฮเดรตและผลปรุงรสแล้ว ยังมีการเพิ่มสารอาหารจำพวก ไอโอดีน เหล็ก และวิตามินเอลงไป เพื่อเพิ่มคุณค่าสารอาหารแก่ผู้บริโภคมากขึ้น

ส่วนสหายที่ 3 ปลากระป๋อง ใช้วัตถุดิบสำคัญ คือปลาทะเล แม้ว่าจะมีคุณค่าทางอาหารสูง และมีสารอาหารที่ช่วยบำรุงสุขภาพกระดูกหลากหลายชนิด แต่หากรับประทานมากไปก็จะสร้างความเป็นกรดให้กับเลือดได้ ส่วนมะเขือเทศในปลากระป๋อง มีสารไลโคปีน ที่มีส่วนช่วยในการต้านอนุมูลอิสระและลดการอักเสบในร่างกาย

ทั้งนี้ เมนูสหาย 1-2 ก็มีปริมาณเกลือโซเดียมสะสมอยู่ในปริมาณที่สูงพอสมควร จึงต้องกินแต่น้อย ๆ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคไต ต้องหลีกเลี่ยง

ดังนั้นไม่ว่าคุณจะชื่นชอบเมนูไหน ๆ สิ่งสำคัญก่อนนำไปปรุงรับประทาน ควรคำนึงถึงสารอาหารข้อดีข้อเสียและข้อควรระวังต่าง ๆ และไม่รับประทานในปริมาณที่มากจนเกินไป เพียงเท่านี้คุณก็จะได้รับประโยชน์ดี ๆ จากสุดยอดเมนูสร้างสรรค์ที่ว่านี้แล้ว

ดูแลผิวพรรณอย่างไร ให้สวยสดใสยาวนาน 2020

ดูแลผิวพรรณอย่างไร ให้สวยสดใสยาวนาน 2020

การดูแลผิวพรรณเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับคนรุ่นใหม่ นอกจากช่วยเสริมความมั่นใจในตัวเองให้มากขึ้นแล้ว ยังเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จกับงานหน้ากล้อง เช่น เป็นยูทูบเบอร์ นักรีวิวสินค้าด้านความงาม ได้ไม่ยาก เรามาดูกันว่า เทคนิคในการดูแลผิวพรรณให้สวยและอ่อนเยาว์อยู่เสมอที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพแนะนำไว้ มีอะไรบ้าง

1. รับประทานคอลลาเจนสกัดเป็นประจำ
คอลลาเจนถือว่าเป็นสารสกัดจากธรรมชาติที่ปลอดภัยสูง โดยส่วนใหญ่ที่จำหน่ายในท้องตลาดมักทำจากเนื้อปลาทะเลน้ำลึก ซึ่งได้ผ่านกระบวนการย่อยให้กลายเป็นกรดอะมิโนขนาดเล็ก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการถูกดูดซึมเข้าในร่างกาย ไปออกฤทธิ์ชดเชยคอลลาเจนใต้ผิวหนังที่มักมีการสูญเสียหรือหย่อนคล้อยไปตามอายุที่มากขึ้น ซึ่งมักจะเป็นกับคนที่อายุ 30 ปีขึ้นไป  ทั้งนี้ การรับประทานคอลลาเจนที่ต้องการหวังผลลัพธ์ที่ชัดเจน จะต้องรับประทานต่อเนื่องอย่างน้อย 2 เดือนขึ้นไปด้วย

2. บำรุงผิวหน้าด้วยครีมทาผิวที่ดี
ครีมที่มีจำหน่ายในท้องตลาดอยู่หลายชนิด ทั้งนี้ ผู้หญิงไทยกว่า 80% มักมีปัญหาผิวมันหรือผิวผสมร่วมกับริ้วรอยเมื่ออายุมากขึ้น จึงต้องเน้นเลือกสูตรที่มีฉลากเขียนว่า ลดริ้วรอย หรือ anti-wrinkle คู่กับการใช้ครีมสูตรบำรุงเฉพาะด้าน ที่มีสรรพคุณต่าง ๆ เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

เช่น สูตรช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนัง จะเป็นสูตรที่มีคำว่า ไฮโดร ที่หมายถึง การเติมน้ำให้กับผิว ส่วนคนที่มีปัญหาผิวมันง่าย ก็ต้องเลือกใช้สูตรคุมความมันหรือ oil control เมื่อใช้ต่อเนื่องจะช่วยปรับสมดุลผิวให้สวยงามดูดีที่สุดได้

3. ฉีดฟิลเลอร์และโบท็อกซ์
การฉีดฟิลเลอร์และโบท็อกซ์ เป็นที่นิยมมากสำหรับการลดจุดบกพร่องบนใบหน้า และยังทำให้ดูอ่อนเยาว์กว่าวัย อย่างไรก็ตาม ก่อนการฉีดสารใด ๆ ต้องศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดและเลือกทำกับคลีนิคที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย และทำโดยแพทย์ที่มีความชำนาญเท่านั้น

4. รับประทานวิตามินบำรุงที่เหมาะสม
การรับประทานวิตามินหรืออาหารเสริมที่มีคุณภาพตามเกณฑ์ของ อย. สามารถช่วยให้ผิวพรรณดูสดใสขึ้นได้อย่างมาก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของคอลลาเจน โคเอนไซม์คิวเทน ไลโคปีน วิตามินซี ฯลฯ ซึ่งจะออกฤทธิ์ร่วมกันกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวทำให้ผิวแลดูขาวใสยิ่งขึ้น ลดเลือนรอยด่างดำ เสริมสร้างชั้นผิวคอลลาเจนให้แข็งแรง ฯลฯ

5. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่ทำร้ายผิว
อาหารที่มีผลเสียต่อผิว คือ อาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง เนื่องจากจะกระตุ้นกระบวนการทางเคมีในร่างกาย ทำให้เกิดการผลิตสารอนุมูลอิสระ ที่ทำลายชั้นเซลล์ผิวและคอลลาเจนในร่างกายให้สูญเสียไปก่อนวัยอันควร จึงทำให้ร่างกายและผิวพรรณทรุดโทรมก่อนกว่าวัย

จะเห็นได้ว่า เทคนิคในการดูแลผิวพรรณให้สวยสดใสนั้น จะต้องใช้หลายองค์ประกอบร่วมกัน เราหวังว่าแนวทางที่กล่าวไป จะทำให้ทุกท่านนำไปปรับใช้ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ผิวสวยได้ตามต้องการ

วิตามินบำรุงผิว

อยากปลูกต้นไม้ในบ้าน ควรเลือกแบบไหน

อยากปลูกต้นไม้ในบ้าน ควรเลือกแบบไหน

การปลูกต้นไม้ในบ้านนอกจากจะเป็นแนวการตกแต่งบ้านแบบเก๋ ๆ ที่หลายคนชื่นชอบแล้ว ยังได้ประโยชน์จากความสดชื่นสวยงาม ที่สำคัญต้นไม้หลายชนิดสามารถช่วยดูดซับสารพิษ และกรองอากาศให้สะอาดสดชื่นได้ด้วย แต่ด้วยข้อจำกัดในเรื่องของแสงแดดที่ส่องเข้ามาภายในบ้าน ทำให้มีเพียงต้นไม้บางชนิดเท่านั้นที่เหมาะสมกับการปลูกภายในบ้าน มาดูกันว่ามีต้นไม้อะไรบ้าง

ต้นไม้ที่เหมาะสมกับการปลูกในบ้าน

1. ต้นวาสนา นอกจากชื่อที่เป็นมงคลแล้ว ต้นไม้ชนิดนี้มีลำต้นตรงและมีใบ แต่ไม่มีกิ่งก้าน รูปทรงสวย ไม่เกะกะเกินไปเหมาะกับการนำมาตั้งประดับไว้ตามจุดต่าง ๆ ของบ้าน ที่สำคัญยังเป็นต้นไม้ที่สามารถดูดสารพิษในกลุ่มฟอร์มาดีไฮด์ ได้เป็นอย่างดี

2. ต้นจั๋ง เป็นพืชที่เลี้ยงง่าย ทนแล้งได้ดีแต่ต้องการแสงแดดพอสมควร ด้วยรูปทรงที่สวย เพราะมีลำต้นตั้งตรงและมีใบแฉกได้รูปทำให้หลายคนนิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับภายในบ้าน โดยเลือกบริเวณที่พอมีแสงอาทิตย์ส่องถึงพอสมควร

3.ต้นพลูด่าง เป็นไม้เลื้อยยอดนิยมสำหรับการเลี้ยงภายในบ้าน ต้นไม่ชนิดนี้จะมีรากงอกออกมาตามช่อ ใบมีเขียวสลับเหลืองดูสวยงาม และยังดูแลรักษาง่าย บางคนนำกิ่งพลูด่างปักไว้กับแจกันที่มีน้ำก็สามารถเติบโตได้โดยไม่ต้องใช้วิธีปลูกในดิน ที่สำคัญ พลูด่างยังเป็นต้นไม้อีกประเภททีช่วยดูดซับสารพิษต่าง ๆ ในอากาศได้อีกด้วย

4. ต้นแก้วกาญจนา เป็นต้นไม้ที่เลี้ยงง่ายอีกชนิดหนึ่ง มีจุดเด่นที่ความสวยงามของลวดลายบนใบ ทนทานกับสภาพความแห้งแล้งและยังสามารถเติบโตได้ในที่ ๆ มีแสงสว่างไม่มาก ที่สำคัญคือต้นแก้วกาญจนาจะมีการคายความชื้นได้สูง ซึ่งจะช่วยให้ภายในบ้านมีความชุ่มชื้นมากขึ้น

5.ต้นเฟิร์นดาบออสเตรเลีย เป็นต้นไม้ที่มีความโดดเด่นที่รูปทรงของใบ ซึ่งเป็นแฉก สีเขียวสดและหนาทึบ ถือเป็นต้นไม้ที่มีประโยชน์ในแง่ของการช่วยดูดซับสารพิษในอากาศได้อย่างดี โดยเฉพาะสารในกลุ่มฟอร์มาดีไฮด์ และโทลูอิน

6 ต้นเยอบีร่า เป็นต้นไม้ดอกที่ให้สีสันสดใส และช่วยดูดซับสารพิษในอากาศได้

7. ต้นปาล์มสิบสองปันนา เป็นต้นไม้ในตระกูลปาล์ม รูปทรงสวยงาม สามารถเติบโตได้ดีในบริเวณที่มีแสงน้อย และเป็นตัวช่วยดูดซับสารพิษได้ดี จึงทำให้เป็นที่นิยมปลูกเป็นไม้ประดับไว้ภายในบ้าน

8. ว่านหางจระเข้ สมุนไพรสารพัดประโยชน์ชนิดนี้ เป็นหนึ่งในต้นไม้ยอดนิยมที่ผู้คนนำมาปลูกไว้ภายในบ้าน เพราะเป็นต้นไม้อีกประเภทที่ช่วยดูดซับสารพิษในอาการได้เช่นกัน

การปลูกต้นไม้ภายในบ้าน นอกจากจะพิจารณาจากความเป็นมงคลของชื่อ ความสวยงามของรูปทรง และสีสันของดอกหรือใบแล้ว คนส่วนใหญ่ยังใช้เป็นเครื่องฟอกอากาศและดูดซับสารพิษ เพื่อให้อากาศภายในบ้านสะอาดและบริสุทธิ์มากขึ้นด้วย

ต้นไม้ที่เหมาะสมกับการปลูกในบ้าน

มาดู 4 วิธี ดูแลตัวเองให้มีจิตใจที่เข้มแข็ง

มาดู 4 วิธี ดูแลตัวเองให้มีจิตใจที่เข้มแข็ง

การดูแลตัวเองเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลยเพราะคงไม่มีใครที่เข้มแข็งได้ตลอด บางช่วงเวลาก็มีเรื่องที่ทุกข์ร้อนใจเพราะได้มีการเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่น่าพึงพอใจจนทำให้จิตใจมีความอ่อนแอ ด้วยเหตุนี้ เราจึงมี 4 วิธีในการดูแลตัวเองมาฝากเพื่อเสริมสร้างกำลังใจจะได้มีจิตใจที่เข้มแข็ง ดังต่อไปนี้

จิตใจเข้มแข็งได้ ด้วย 4 เทคนิค

ตั้งเป้าหมายในชีวิต

การตั้งเป้าหมาย คือ สิ่งที่ได้ตั้งไว้เพื่อจะได้มีทิศทางหรือไม่หลงทางในการเดินทางไปสู่เป้าหมายในชีวิต ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างกำลังใจและใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพในทุกวัน หากอยากให้เป้าหมายมีความชัดเจนมากขึ้น จะต้องมีการระบุ วัน เดือน ปีที่สำเร็จ พร้อมบอกตัวเองว่าเป้าหมายนี้ ทำเพื่อใคร ซึ่งอาจจะทำเพื่อตัวเอง คนที่รัก สังคมก็ได้ ในทางตรงข้ามถ้าไม่มีเป้าหมายในชีวิตแล้ว เปรียบเสมือนการใช้ชีวิตไปวัน ๆ เพราะไม่รู้ว่าจะอยู่ไปทำไมและไม่รู้ว่าจะทำอะไรเพื่อใคร เวลามีอุปสรรคเข้ามาก็จะส่งผลทำให้จิตใจถดถอยหรืออ่อนแอ

เข้าหาสิ่งที่ทำให้รู้สึกดีขึ้น

สิ่งที่ทำให้จิตใจเข้มแข็งขึ้น เช่น การให้อาหารหรืออาจจะเล่นกับสัตว์เลี้ยงเพราะจะทำให้สมองหลั่งสารสารออกซิโทซินหรือสารแห่งความรักและความผูกพัน อยู่ในกลุ่มคนที่มีพลังบวกเพราะจะได้ไม่บั่นทอนจิตใจ สัมผัสธรรมชาติ ช่วยเหลือหรือแบ่งปันในสิ่งที่ถนัด สิ่งเหล่านี้จะทำให้สมองหลั่งสารชนิดหนึ่งออกมา คือ สารความเมตตาหรือที่เรียกว่า สารออกซิโทซิน

ไม่ขยายปัญหาที่เผชิญ

เมื่อมีปัญหาส่งผลให้จิตใจอ่อนแอลงได้ เพราะฉะนั้น ไม่ควรขยายปัญหาแต่ควรแก้ปัญหา เช่น ปัญหาการงานธุรกิจ ครอบครัว การเงิน เป็นต้น หากจะเพิ่มประสิทธิภาพให้จิตใจรู้สึกดีและพบทางออกในการรับมือแก้ปัญหาให้นั่งสมาธิรักษาใจ หรืออาจจะเพิ่มการอ่านหนังสือแรงบันดาลใจก็ได้ ดังนั้น ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไรก็ตามการมีจิตใจเข้มแข็งหรือจิตใจอ่อนแอต่อปัญหานั้นขึ้นอยู่กับใจของตัวเอง

ไม่เปรียบเทียบ

การเปรียบเทียบทำให้จิตใจดิ่งลง เช่น ในโลกออนไลน์ใคร ๆ ก็มักโพสต์สิ่งดี ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องเรียน งาน เงินหรือเรื่องอื่น ๆ ในชีวิต เมื่อมีการเปรียบเทียบก็จะเกิดคำถามกับตัวเองด้านลบ ด้วยการขึ้นต้นคำว่า ทำไม เช่น ทำไมชีวิตเขาดีกว่าเรา ทำไมชีวิตเราแย่จัง เป็นต้น หากอยากมีจิตใจที่เข้มแข็งขึ้น ไม่ควรเปรียบเทียบกับคนอื่น แต่ให้กลับมาหัดชมหรือหาข้อดีของตัวเองเนื่องจากทุกคนมีคุณค่าในตัวเองอยู่แล้ว

4 วิธี ดูแลตัวเองให้มีจิตใจที่เข้มแข็งที่เราได้กล่าวไว้ข้างต้น เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะในความเป็นจริงยังมีวิธีอีกมากมายนับไม่ถ้วน ส่วนใครที่อยู่ในภาวะจิตใจอ่อนแอในช่วงเวลานี้และอยากให้ชีวิตได้ก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างราบรื่น ลองนำวิธีที่เราได้แนะนำไปใช้ แล้วคุณจะรู้สึกดีและมีจิตใจเข้มแข็งขึ้นมากกว่าเดิมอย่างแน่นอน

จิตใจเข้มแข็งได้ ด้วย 4 เทคนิค

ชวนรู้จัก โปรแกรม WordPress ที่ใช้ทำ SEO

ชวนรู้จัก โปรแกรม WordPress ที่ใช้ทำ SEO

โปรแกรม WordPress ออกแบบมาเพื่อความสะดวกในการทำเว็บไซต์ SEO โดยเฉพาะในส่วนของบทความที่เป็นเหมือนหัวใจในเว็บไซต์และทำให้เพิ่มยอดขายสินค้าและบริการได้ เมื่อมีผู้คลิกเข้ามาอ่านบทความนั้น

โปรแกรมนี้คิดค้นมาหลายปีแล้ว โดยนักออกแบบเว็บไซต์ชาวต่างชาติที่เห็นว่าจะเป็นประโยชน์ในการทำ SEO ให้เว็บไซต์ขายสินค้าใน Google ประสบความสำเร็จสอดคล้องตามหลักเกณฑ์ของ SEO หรือ search engine optimization มากขึ้น

WordPress สามารถใช้ทำงานส่งเสริม SEO ได้ดังนี้

การตั้งชื่อหัวเรื่อง หรือ Title – หัวเรื่องจะปรากฏอยู่ในหน้าจอการสืบค้น เมื่อมีการพิมพ์หาด้วย keyword หนึ่ง ๆ หัวเรื่องที่สะดุดตาจะช่วยกระตุ้นให้คนคลิกเข้ามาอ่านรายละเอียดที่เหลือทั้งหมด การตั้งชื่อหัวเรื่องที่น่าสนใจจึงต้องใส่ keyword ลงไปด้วย ซึ่ง WordPress จะช่วยในการนำหัวเรื่องที่คุณตั้งชื่อไว้ไปตั้งเป็น URL address หรือที่อยู่ของบทความนั้นบนโลกออนไลน์ได้อย่างอัตโนมัติด้วย

ส่วนต้นเรื่อง หรือ heading – เป็นส่วนที่จะแสดงในหน้าต่างการสืบค้น หากไม่ได้ตั้งค่า heading ไว้ ระบบของ WordPress จะเอาคำที่อยู่ในประโยคแรกไปใส่ให้โดยอัตโนมัติ ดังนั้นจึงควรให้มี keyword ที่ชัดเจนอยู่ตั้งแต่ต้น ในส่วนของเนื้อหาก็ต้องสัมพันธ์กับส่วน heading ด้วยเพื่อให้ผู้อ่านประทับใจในเนื้อหาที่มีรายละเอียดเชิงลึกอย่างแท้จริง

การเน้นคำสำคัญ – WordPress เป็นตัวช่วยที่ดีในการทำตัวอักษรให้โดดเด่นขึ้น เพื่อให้คนอ่านสะดุดตา ไม่ว่าจะเป็นการทำตัวอักษรเอียง การทำตัวหนา หรือการขีดเส้นใต้วลีที่คุณต้องการเน้น ทั้งนี้มีหลักการ ว่าไม่ควรจะทำตัวอักษรเน้นติดกันยาวมากเกินไป เพราะจะทำให้ระบบคอมพิวเตอร์อัจฉริยะของ Google วิเคราะห์ว่าเป็นการทำเนื้อหาสแปมที่ไม่มีประโยชน์ได้ ขณะเดียวกัน การใส่ keyword หรือคำสำคัญ ก็ต้องกระจายให้เป็นธรรมชาติด้วย จึงจะไม่รบกวนสายตาของผู้อ่าน

การใส่รายละเอียดรูปภาพ – การทำ SEO ในรูปภาพด้วย WordPress เป็นส่วนประกอบสำคัญในการทำให้อันดับของเว็บไซต์ SEO ดียิ่งขึ้นได้ ซึ่งจะมีช่องให้ใส่ค่า alternative text และ image title attribute เพื่อให้ผู้ผลิตบทความกรอกคีย์เวิร์ดที่สอดคล้องกับรูปภาพลงไปในช่องนี้มากที่สุด เนื่องจากระบบ AI ของ Google ไม่สามารถที่จะวิเคราะห์ลักษณะภาพถ่ายได้ การใส่ keyword ลงไปมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งส่งเสริมให้ภาพเหล่านั้นถูกสืบค้นใน image Search ของ Google ได้ดีขึ้นและส่งผลให้อันดับ SEO โดยรวมดีขึ้นได้ด้วย

จากตัวอย่างที่กล่าวมา คงเห็นแล้วว่า WordPress เป็นประโยชน์ต่อคนทำเว็บไซต์ SEO ในการลดระยะเวลาในการปรับแต่งส่วนต่าง ๆ ทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพขึ้น เราหวังว่าบทความนี้จะเป็นข้อมูลพื้นฐานให้คนที่สนใจทำเว็บไซต์ SEO ได้ทำความเข้าใจเพื่อต่อยอดในการทำ SEO ต่อไป

WordPress สามารถใช้ทำงานส่งเสริม SEO ได้ดังนี้