ก่อนเริ่มทำธุรกิจส่วนตัว ควรรู้อะไรบ้าง

ข้อมูลที่ควรรู้ก่อนการเริ่มทำธุรกิจส่วนตัว

การมีธุรกิจเป็นของตัวเองเป็นความภาคภูมิใจ ทำให้เปลี่ยนความชอบเป็นงานที่สร้างรายได้หรือผลกำไรที่มากกว่าการทำงานบริษัทหรือเป็นลูกจ้างประจำ แต่ผู้ที่จะประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจส่วนตัวได้ ต้องมีจุดเริ่มต้นที่ถูกต้องและมีการดำเนินการในส่วนต่าง ๆ แบบมืออาชีพ

เราจึงได้นำข้อมูลที่ควรรู้ก่อนการเริ่มทำธุรกิจส่วนตัวมาฝากกัน ดังนี้

การเลือกประเภทธุรกิจที่จะทำ

สิ่งที่หลายคนพลาด คือ การเลือกธุรกิจที่ตอบโจทย์ความสนใจที่เป็นแนวแฟชั่นหวือหวา แต่ขาดความรักและรู้จริงในสิ่งที่ทำ จึงไปได้ไม่ตลอดรอดฝั่งและเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวงหักหลักจากคู่ค้าธุรกิจง่าย การเลือกประเภทธุรกิจที่เหมาะสมกับตัวเอง โดยการดูจากไลฟ์สไตล์และความชื่นชอบเป็นหลัก จะทำให้มีความสุขกับการเรียนรู้ พัฒนาสินค้าและบริการ และทำให้มีใจในการแก้ไขปัญหา ซึ่งจะตามมาอีกมากมายเมื่อธุรกิจขยายขนาดเติบโต

คุณสมบัติที่ควรฝึกฝนสำหรับผู้ต้องการมีธุรกิจตัวเอง

นอกจากต้องมีความขยันศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมที่มีความทันสมัยในตำราหนังสือหรือ internet แล้ว จำเป็นต้องลงเรียนในคอร์สหรือ workshop ต่าง ๆ ในศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเพื่อการเรียนรู้ในเชิงปฏิบัติให้เข้าใจถ่องแท้ เช่น ศาสตร์ด้านอาหาร การแฟชั่น การออกแบบตกแต่ง ด้านสุขภาพ การท่องเที่ยว การกีฬา ฯลฯ

นอกจากนี้ เจ้าของธุรกิจที่จะประสบความสำเร็จได้ดี ต้องให้ความสำคัญกับการบริหารเวลาและดูแลลูกน้องอย่างเป็นมืออาชีพ เพราะแต่ละนาทีที่ผ่านไป คือ การถอยหลังให้แก่คู่แข่งทางธุรกิจรายอื่น การใช้เวลาที่มีจัดสรรเพื่อการพัฒนาสินค้า เพิ่มการเข้าถึงลูกค้า โดยเลือกทีมงานที่มีความสามารถ ทำงานได้อย่างมีจุดหมายร่วมกัน คือ การเติบโตของธุรกิจ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ห้ามมองข้าม

สิ่งใดที่ต้องเตรียมบ้าง

การมีธุรกิจส่วนตัว จะทำบนโลกออนไลน์อย่างเดียวไม่ได้ เพราะจะขาดความน่าเชื่อถือ จึงต้องมีการเลือกทำเลเป็นอาคารสำนักงานที่สามารถติดต่อได้ โดยในปัจจุบันมีการให้เช่าพื้นที่ในตึกย่านธุรกิจในการทำออฟฟิศที่ทันสมัย จึงลดต้นทุนในการปลูกสร้างหรือหาทำเลที่แพงเกินไปในระยะเริ่มต้น นอกจากนี้ ต้องคำนวณค่าใช้จ่ายเตรียมไว้ เพื่อมีเงินทุนสำรองเป็นค่าการผลิต ค่าจ้างลูกน้อง ค่าจัดส่งสินค้า ค่าน้ำไฟ ค่าของใช้สำนักงาน ฯลฯ ที่ต้องมีการทำบัญชีรายรับจ่ายที่รอบคอบ และควรมีผู้รู้ด้านกฎหมายเกี่ยวกับภาษีเป็นที่ปรึกษาด้วย เพื่อไม่ให้มีปัญหาในระยะยาว

จะเห็นได้ว่า การทำธุรกิจส่วนตัวให้สำเร็จ ต้องผ่านการคิด วิเคราะห์และปฏิบัติจริงจังในหลายด้าน ซึ่งการมีทีมงานที่ดีจะช่วยขับเคลื่อนให้แบรนด์เติบโตได้มากขึ้น เราหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกท่านที่อยากมีธุรกิจส่วนตัว ประเมินความพร้อม แก้ไขจุดอ่อนเสริมสร้างจุดแข็งที่เด่นชัด เพื่อให้ได้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมั่นคง

ก่อนเริ่มทำธุรกิจส่วนตัว ควรรู้อะไรบ้าง

อยากทำงานฟรีแลนซ์ให้ประสบความสำเร็จ ต้องอ่าน

อยากทำงานฟรีแลนซ์ให้ประสบความสำเร็จ ต้องอ่าน

วิธีคิดและปฏิบัติที่จะทำให้ประกอบอาชีพฟรีแลนซ์ได้ เป็นสิ่งสำคัญที่คนรุ่นใหม่ต้องศึกษา เพราะไลฟ์สไตล์แบบฟรีแลนซ์เป็นที่ใฝ่ฝันของคนรุ่นใหม่ จากภาพลักษณ์ที่มีความเป็นอิสระสูง ทำงานได้ทุกที่ และไม่ต้องเชื่อฟังคำสั่งจากเจ้าของกิจการหรือหัวหน้า อย่างเช่น รับจ้างเขียนบทความ ช่างภาพ นักออกแบบเว็บออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น เว็บขายสินค้าออนไลน์ หรือ hero88 เว็บคาสิโนออนไลน์ และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งหารายได้ได้อย่างมหาศาลเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันมีผู้ประกอบอาชีพฟรีแลนซ์เป็นจำนวนมาก จึงทำให้มีอัตราการแข่งขันในตลาดแรงงานสูง ผู้ที่ต้องการประสบความสำเร็จในอาชีพฟรีแลนซ์ได้นั้น จะต้องมีหลักคิดและปฏิบัติตามแนวทางที่กูรูแนะนำต่อไปนี้

1. พัฒนาฝีมือในด้านที่ถนัด

หลายคนที่อยากประกอบอาชีพฟรีแลนซ์ตั้งแต่เพิ่งเรียนจบใหม่ อาจจะยังไม่รู้ความต้องการที่แท้จริงของตัวเอง จึงควรเปิดโอกาสให้ตัวเองได้เรียนรู้รับงานฟรีแลนซ์หลากหลาย เพื่อที่จะหาสิ่งที่ถนัดที่สุด และมุ่งมั่นที่จะสร้างความชำนาญมากขึ้นไปเรื่อย ๆ การเรียนรู้เพื่อสร้างความชำนาญเฉพาะด้านจึงเป็นสิ่งสำคัญที่อาชีพฟรีแลนซ์จะต้องทำเป็นอันดับต้น ๆ

2. บริหารเวลาอย่างคุ้มค่า

แม้ว่าฟรีแลนซ์จะไม่มีกำหนดเวลาในการทำงานอย่างการเข้าออฟฟิศ 8.00 น. ถึง 17.00 น. แต่การทำงานแบบฟรีแลนซ์ที่จะประสบความสำเร็จได้ ต้องมีการทุ่มเทอย่างหนักเกินกว่าวันละ 10 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อการทำงานให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงใจลูกค้ามากที่สุด เวลาในแต่ละวันจึงต้องจัดสรรให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้มีงานค้าง หรืองานที่ส่งช้ากว่ากำหนดลูกค้า ซึ่งจะกระทบต่อความไว้วางใจและการกลับมาใช้บริการซ้ำ

3. จัดสมดุลอย่างรอบด้านให้ชีวิต

การทำงานแบบฟรีแลนซ์แม้ว่าจะมีความเป็นอิสระ แต่ก็ต้องมีการจัดสมดุลให้การงาน การเงิน สุขภาพและความสัมพันธ์กับคนรอบข้างเป็นไปด้วยดีพร้อม ๆ กัน เพราะหากมีการทุ่มเทรับงานและทำจนเกินตัว จะส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว ที่สำคัญ จะทำให้มีความกดดัน เคร่งเครียด ซึ่งจะกลายเป็นผลเสียต่อภาวะจิตใจและศักยภาพในการทำงานตามไปด้วย ตรงกันข้าม หากมีความเป็นอิสระมากเกินไป ก็จะทำให้รับงานน้อยจนมีรายได้ไม่พอเลี้ยงตัวเอง และทำให้เสียลูกค้าให้ฟรีแลนซ์ที่มีผลงานมากจากความขยันสม่ำเสมอได้

4. มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการทำงาน

การมีเป้าหมาย โดยเฉพาะด้านการเงิน จะทำให้มีแรงผลักดันที่จะกระตือรือร้น และเสริมสร้างอุปนิสัยความขยันอยู่เสมอ ตัวอย่างเช่น ต้องการมีรายได้เดือนละ 50,000 บาทขึ้นไป ก็จะต้องวางแผนประชาสัมพันธ์ตัวเอง รับงานลงตารางให้ไม่ซ้ำซ้อน บริหารเวลาให้ดีเป็นมืออาชีพ จึงจะสามารถทำงานฟรีแลนซ์ได้อย่างสำเร็จเป็นที่ถูกใจลูกค้าทุกชิ้น และทำให้สร้างรายได้ตามเป้าหมาย ซึ่งจะสร้างความภาคภูมิใจให้ตัวเองได้เป็นอย่างดี

วิธีคิดและปฏิบัติที่จะทำให้ประกอบอาชีพฟรีแลนซ์ได้

จะเห็นได้ว่า คุณสมบัติทำงานให้ประสบความสำเร็จในสายงานแบบฟรีแลนซ์ดังที่กล่าวมา จะเป็นประโยชน์ให้ทุกท่านที่สนใจไลฟ์สไตล์แบบอิสระ สามารถนำไปปรับใช้กับการประกอบอาชีพได้ในทุกสาขา เพื่อช่วยให้ประสบความสำเร็จและมีความสุขกับการประกอบอาชีพฟรีแลนซ์ยิ่งขึ้น

ชวนทำความรู้จัก โรคภูมิแพ้ไร้ฝุ่นและวิธีการจัดการที่ถูกต้อง

ชวนทำความรู้จัก โรคภูมิแพ้ไร้ฝุ่นและวิธีการจัดการที่ถูกต้อง

โรคภูมิแพ้ไรฝุ่น เป็นโรคอันดับต้น ๆ ที่รบกวนชีวิตประจำวันทั้งคนไทยและคนทั่วโลก เกิดเนื่องจากแมลงขนาดเล็กกว่าที่ตามองเห็น ซึ่งเรียกว่าไรฝุ่น มาอาศัยอยู่ในช่องโหว่ของผ้าทอ ทั้งปลอกหมอน ที่นอน ผ้านวม ผ้าม่านและพรม ซึ่งหากไม่กำจัดอย่างถูกวิธี ก็สามารถแพร่พันธุ์ได้นับเป็นล้านตัวในเวลา 1 ปี

ไรฝุ่น คือสาเหตุของโรคภูมิแพ้ไรฝุ่น ตัวไรฝุ่นจะเจริญเติบโตและแพร่พันธุ์ได้ โดยอาศัยการกินเศษโปรตีน เช่น เศษผิวหนังที่หลุดลอก ขี้ไคล ขี้เล็บ เส้นผมและขนที่หลุดร่วง ฯลฯ ทำให้วางไข่ครั้งละปริมาณมาก และถ่ายมูลไว้ ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้คนเกิดอาการของโรคภูมิแพ้ได้

ผู้ที่มีอาการภูมิแพ้ไรฝุ่น จะมีอาการหลากหลายทางระบบต่าง ๆ เช่น

1. ระบบทางเดินหายใจ จะมีอาการน้ำมูกใสไหลเป็นประจำ มีอาการจามบ่อย ๆ คันจมูก ซึ่งหากแพ้ไรฝุ่นขั้นรุนแรง จะมีอาการหอบหืด แน่นหน้าอกหายใจไม่ออกได้

2. อาการทางดวงตา ที่เยื่อบุตาขาวจะมีสีแดง รู้สึกคันและเคืองตาบ่อย ๆ ใต้ตาคล้ำ ช้ำบวม

3. อาการที่แสดงทางผิวหนัง จะมีตุ่มผดผื่นเล็ก ๆ ซึ่งมีอาการคันร่วมด้วย หากเป็นเด็กเล็กและผู้สูงอายุ อาจจะมีอาการเห่อตามข้อพับ ซอกแขนขา และลามทั่วทั้งตัวได้

วิธีป้องกันไรฝุ่นในปัจจุบัน คือ การใช้ผ้าปูที่นอนกำจัดไรฝุ่น เมื่อมีการซื้อเตียงหรือปลูกบ้านใหม่ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดไรฝุ่นในห้องนอน

ส่วนการกำจัดไรฝุ่นที่มีอยู่แล้วในห้องนอน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำวิธีดังต่อไปนี้

1. ทำความสะอาดที่นอนเป็นประจำ ด้วยการนำชุดเครื่องนอนไปซักตากที่อุณหภูมิสูงเกินกว่า 50 องศาเซลเซียส โดยต้องตากแดดแรงช่วงเที่ยงยาวนาน 1-2 ชั่วโมง เพื่อให้รังสี UV จัดการไรฝุ่นได้อย่างหมดจด โดยต้องทำเป็นประจำทุกเดือน

2. ใช้เครื่องดูดฝุ่นแบบสุญญากาศ เพื่อกำจัดมูล ไข่และตัวไรฝุ่นออกจากที่นอน พรม ผ้าม่าน ฯลฯ เป็นประจำ

3. งดการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงในห้องนอน โดยเฉพาะสุนัข แมว กระต่าย ฯลฯ ที่จะมีช่วงเวลาผลัดขน เมื่อหลุดร่วงจะเป็นอาหารของไรฝุ่น ทำให้เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมากในห้องนอนได้

4. ใช้สเปรย์สูตรสมุนไพรกำจัดไรฝุ่น โดยฉีดและคลุมด้วยผ้าหนานาน 8-10 ชั่วโมง เพื่อให้ตัวยาออกฤทธิ์ได้เต็มที่ หลังจากนั้นทำการซักตากแดด ตามปกติ จะลดจำนวนไรฝุ่นได้อย่างมาก

จะเห็นได้ว่า ไรฝุ่นเป็นตัวการของโรคภูมิแพ้ที่ทำให้หลายคนป่วยเป็นโรคผิวหนังหรือมีน้ำมูกจามโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งจำเป็นต้องป้องกันและหาวิธีจัดการอย่างถูกต้อง จึงจะทำให้สมาชิกทุกคนในบ้านปลอดจากโรคภูมิแพ้ได้ยาวนาน

ผู้ที่มีอาการภูมิแพ้ไรฝุ่น จะมีอาการหลากหลายทางระบบต่าง ๆ

เทคนิคในการควบคุมไขมันจากอาหารเพื่อสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น

เทคนิคในการควบคุมไขมันจากอาหารเพื่อสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น

ปัจจุบันมีการเก็บสถิติพบว่ามีผู้ป่วยด้วยโรคไขมันในเลือดสูง รวมถึงโรคหัวใจความดันที่เกิดจากมีไขมันอุดตันในเส้นเลือดเป็นจำนวนมาก ซึ่งไขมันเหล่านี้ส่วนใหญ่มาจากอาหารที่รับประทานทำให้ต้องมีการใช้ยาเพื่อรักษาและส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว

ในบทความนี้ เราจึงได้รวบรวมเทคนิคในการควบคุมปริมาณไขมันจากอาหาร เพื่อให้ทุกท่านได้นำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ดียิ่งขึ้น ดังนี้

1. เลือกบริโภคผลิตภัณฑ์ที่ฉลากระบุว่าไขมัน 0% หรือไขมันต่ำ เช่น นมพาสเจอร์ไรส์พร่องมันเนย นมเปรี้ยว โยเกิร์ต ไอศกรีมสูตร light ฯลฯ เพื่อให้ได้รับประโยชน์จากแร่ธาตุ เช่น แมกนีเซียม แคลเซียม และวิตามิน เช่น เอ บี ซี โดยที่ไม่ทำให้เสี่ยงต่อภาวะไขมันในเลือดสูง

2. สำหรับผู้ที่ชอบการรับประทานขนมปังปิ้ง ที่มีการทาเนย ครีม แยม ฯลฯ แนะนำให้ใช้กีวีสุกทาแทน เพื่อให้ได้รับกรดไขมันชนิดดีจากธรรมชาติและสารต้านอนุมูลอิสระสูง ซึ่งยังได้รสสัมผัสใกล้เคียงกับการทาเนย หรือใช้เทคนิคทาเนย แยม เพียงครึ่งแผ่น เพื่อลดปริมาณของไขมัน และน้ำตาลที่ร่างกายจะได้รับ (การได้รับน้ำตาลในปริมาณสูง ร่างกายจะเกิดการสะสมและเปลี่ยนแปลงเป็นไขมันสะสมตามอวัยวะต่าง ๆ ได้)

3. รับประทานเมนูเนื้อสัตว์ที่ไขมันต่ำ เช่น ปลาทะเล (ปลาทู แซลมอน) หรือเนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมัน ได้แก่ เนื้อส่วนอกไก่ เนื้อหมูสันใน ฯลฯ หลีกเลี่ยงเมนูที่ทำจากหนังสัตว์ทอดกรอบ เช่น หนังหมู หนังไก่ทอดกรอบ เพราะจะทำให้ได้รับไขมันจากน้ำมันที่ใช้ทอดและจากส่วนของหนังสัตว์เป็นจำนวนหลายร้อยแคลอรี่

4. ทำอาหารให้สุก ด้วยการนึ่ง ต้ม ตุ๋น แทนการทอดในกระทะ หรือหากต้องการทอดควรเลือกกระทะแบบใหม่ที่ทอดได้โดยไม่ต้องใช้น้ำมัน จะช่วยลดการได้รับปริมาณไขมันส่วนเกินในแต่ละวันได้ปริมาณมาก

5. สำหรับเครื่องปรุงรส ซอส ขนมกรุบกรอบ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป กาแฟซองชง ฯลฯ ก่อนตัดสินใจซื้อ ต้องให้ความสำคัญกับฉลากอาหารมากยิ่งขึ้น ด้วยการดูที่เปอร์เซ็นต์ไขมันและเปอร์เซ็นต์แคลอรี่ที่จะได้รับ (ควรเลือกยี่ห้อที่มีเปอร์เซ็นต์ของไขมันอิ่มตัวต่ำที่สุด)

6. การบริโภคน้ำมันมะพร้าว น้ำมันคาโนลา น้ำมันมะกอก น้ำมันดอกทานตะวัน โดยนำมาปรุงในน้ำสลัดหรือใช้ทอดอาหารแทนการใช้น้ำมันปาล์มจะช่วยให้ร่างกายได้รับกรดไขมันชนิดดีไปควบคุมสมดุล เพิ่มค่าไขมันชนิดดี HDL ในร่างกาย ลดค่าไขมันชนิดร้าย LDL และ cholesterol ได้อย่างมาก

จะเห็นได้ว่า เทคนิคที่กล่าวมาเป็นสิ่งที่สามารถปรับใช้ในการเลือกซื้ออาหารและวัตถุดิบต่าง ๆ บริโภคในชีวิตประจำวันได้ หวังว่าจะเป็นแนวทางปฏิบัติที่ทำให้ทุกท่านมีสุขภาพที่ดียิ่งขึ้นในระยะยาว

การควบคุมปริมาณไขมันจากอาหาร

สิงคโปร์ สถานที่เที่ยวต่างประเทศ น่าไปใกล้ประเทศไทย

ประเทศสิงคโปร์นับได้ว่าเป็นสถานที่เทียวต่างประเทศที่มีความน่าสนใจ แม้พื้นที่เป็นเกาะค่อนข้างเล็ก ห่างจากประเทศไทยไปทางตอนใต้โดยมีมาเลเซียคั่นกลาง ประเทศสิงคโปร์เป็นประเทศภายใต้การปกครองของประเทศอังกฤษและมาเลเซียมานาน ซึ่งในปี 1965 ก็ได้มีการแยกตัวออกมาจนถึงปัจจุบัน สิงคโปร์ถือเป็นประเทศที่มีความเจริญรุดหน้าถึงขั้นสูงสุด นับได้ว่าเป็นประเทศในเอเชียที่มีชื่อเสียงในด้านของคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งที่มีความหลากหลายของประชากร ทั้งด้านของศาสนา เชื้อชาติ วัฒนธรรม แต่มีการจัดระเบียบที่เข้มงวด สังเกตได้จากบ้านเมืองที่สะอาดและปัญหาอาชญากรรมต่ำ

การเตรียมตัวไปท่องเที่ยวสิงคโปร์นั้น ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาในการเตรียมตัวมาก เนื่องจากสภาพอากาศใกล้เคียงกัน แต่ที่สิงคโปร์จะมีความร้อนชื้นและก็ฝนตกชุกกว่า และในช่วงที่ร้อนที่สุดจะไม่ตรงกับประเทศไทย คือ จะอยู่ในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม

หากคุณเดินทางจากประเทศไทย นั่งเครื่องบินไปก็ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น และหลังจากออกจากสนามบิน ก็สามารถเดินทางได้หลายแบบ เช่น รถเช่า รถประจำ รถไฟใต้ดิน รถสามล้อ ฯลฯ

สำหรับที่ท่องเที่ยวในประเทศสิงคโปร์ ที่คนทั่วโลกรู้จักกันดี เช่น

1. มาริน่า เบย์ (Marina Bay) เป็นสถานที่ตั้งของร้านค้าหรูหรามากมาย และเป็นแหล่งช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมชั้นนำของโลก มีสถานบันเทิงด้านวัฒนธรรม เช่น โรงละคร โรงภาพยนตร์ด้วย ที่ Marina Bay เป็นที่รู้จักเพราะความสวยงามในการออกแบบ จนเรียกได้ว่าเป็นสถานที่สัญลักษณ์ของสิงคโปร์ เทียบได้กับลอนดอนอาย (London Eye) ของประเทศอังกฤษ

2. มาริน่า เบย์ แซนด์ส (Marina Bay Sands) เป็นบริเวณที่อยู่ติดกับมาริน่า เบย์ เป็นที่ตั้งของรีสอร์ท 5 ดาว ซึ่งนับเป็นจุดถ่ายรูปที่นักท่องเที่ยวนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงกลางคืนที่จะมีการเปิดไฟให้สีสันที่สวยงาม ทำให้เห็นโครงสร้างของตึกที่รูปทรงเป็นเอกลักษณ์ชัดเจน

3. ออชาร์ด (Orchard) เป็นถนนที่นักท่องเที่ยวนิยมไปแวะก่อนเดินทางกลับ เพราะเป็นแหล่งรวมร้านค้าให้ช้อปปิ้งมากมาย ในความยาวประมาณ 2 กิโลเมตร เช่น ร้านอาหาร ขนมหวาน ร้านขายเสื้อผ้า กระเป๋า ฯลฯ หากต้องการของฝากกลับบ้าน ก็ไม่ควรพลาดที่นี่

4. ยูนิเวิร์ลซัล สตูดิโอ (Universal Studio) ตั้งอยู่ในเขตเซนโตซา (Sentosa) เป็นสวนสนุกชื่อดังจากสหรัฐอเมริกา ที่สิงคโปร์เป็นสาขาในภูมิภาคเอเชียที่คนนิยมไปกัน โดยจะมีเครื่องเล่นเกือบ 20 ชนิด

สิงคโปร์เป็นประเทศหนึ่งที่คนไทยนิยมไป เพราะความสะดวกในการเดินทาง ไม่ต้องลำบากเรื่องของเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย มีความปลอดภัยสูง แม้ค่าครองชีพจะค่อนข้างสูง แต่ก็คุ้มค่ากับการได้เรียนรู้แลกเปลี่ยนสิ่งที่แตกต่างจากประเทศไทย โดยเฉพาะเรื่องการรักษาระเบียบวินัย จึงนับว่าเป็นสถานที่เทียวต่างประเทศอีกแห่งหนึ่งที่ควรไป

สำหรับที่ท่องเที่ยวในประเทศสิงคโปร์ ที่คนทั่วโลกรู้จักกันดี

บ้านอยู่แล้วรวย มีเงินมีทองเข้าบ้าน

บ้านหลายคนก็รู้อยู่แล้วว่าเปป็นที่อยู่อาศัยเป็นที่หลับนอนของเราทุกคนในสมัยนี้กันทั้งนั้น ไม่ว่าจะมีบ้านหลังแค่ไหน จะเล็กหรือใหญ่ก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับการจะมีที่อยู่อาศัยแล้ว คนเราสัมยนี้ชอบทำตามยุคสมัยหรือทันสมัยนั้นเอวที่ทุกคนต้องการให้ที่อยู่ของตนเองเป็นแบบนั้น แต่หารู้ไม่ถ้าเราไม่มีเงินพอที่จะทำขึ้นมาได้ มันจะกลายเป็นหนี้และทำให้บ้านของเราเองนั้น ไม่สบงบสุข หรือจะเป็นบ้านที่ อยู่แล้วดี รวย ไม่ได้ เพราะหากเรายังพยายามที่จะเป็ฯหรี้ที่มากมายแล้ว ด้วยความต้องการที่หรูหราของเราเอง เชื่อว่าจะเป็นปัญหาตามมา

การสร้างบ้านบอกได้เลยว่าไม่จพชำเป็นจะต้องเป็นบ้านที่แพง ที่ราคาสูงมากขนาดนั้นก็ได้ แต่เป็นเพียงบ้านหลังพอกับงบที่เรามี ที่เราเตรียมไว้แล้วจะดีกว่า เราจะได้ไม่ต้องมานั่งเป็นหนี้ใครต่อใคร คือมีเท่าไหร่ก็ทำไปเท่านั้น ของดี ของแพงบางทีก็ไม่ได้ดีไปซะทุกอย่างเสมอไป หากเราเองที่ไม่รู้จักพอต่อสิ่งเหล่านี้ เราจะไม่พบกับความสุข ความมั่งมี ใดๆทั้งสิ้น

1.บรรยากาศในตัวบ้าน ต้องดี มีอากาศที่ถ่ายท มองเห็นสิ่งต่างๆได้สบายๆ ไม่มีสิ่งของมาเกะกะขวางทางเดินของเราเอง ไม่ว่าจะเป็น ตู้ โต๊ะ ต่างๆเหล่านี้ ทำให้ดูแล้วสบายตา สบายใจจะเป็นอะไรที่กว่า เห็นๆ การที่เราไม่รู้จักรักษา หรือจัดเก็บบ้านของเราให้ดีเสียก่อน ก่อนที่เราจะไปโทษสิ่งอื่นว่าไม่ดีต่อบ้านเราก่อนไม่ได้ ฉะนั้นเราต้องเริ่มจากตัวเราก่อน ก่อนที่จะไปโทษสิ่งอื่น

2.สวนหลังบ้านปลูกผัก พืชเก็บกินได้ สิ่งเหล่านี้ สื่อให้รู้ว่าเราใส่ใจในเรื่องอาหารการกินของคนทุกคนในบ้านของเราเอง เพราะในสมัยนี้ พืชผักต่างๆ ล้วนมีสารปนอยู่จำนวนมาก  เราไม่สามารถรู้ๆด้เลยว่าอันไหนเป็นอันตรายต่อร่างกายเรา ดังนั้นการที่เราฟลูก พืชผักสวนครัว ไว้รับประทานเองนั้นเป็นสิ่งที่ควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง ไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่ที่ใหญ่มากเกินไป พอประมาณมนการปลูก และจำนวนการเก็บกินจองเรา

3.ความเชื่อมั่น เชื่อใจของคนในครอบครัว สิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ว่าใครก็จะขาดตกบกพ่องในเรื่องนี้ไม่ได้เลย เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอแอย่างยิ่ง หากคนในครอบครัวไม่ได้มีความเชื่อใจ ความซื่อสัตย์ต่อกันแล้ว จะเกิดปัญหารขึ้นอีกมากมายภายในครอบครัว แล้วครอบครัวนั้นจะอยู่อย่างไม่มีความสุข ต้องกังวลอยู่ตลอดว่า ใครจะทำอะไร ที่ อย่างไร ก็ไม่มีการพูดคุยกัน ทำให้ครอบรัวนี้อาจจัไม่มีความฐานัที่ดี จะมีแต่เรื่องไม่ดีเข้ามาในชีวิต

4.ดูแลซึ่งกันและกัน การดูแลกันไม่จำเป็นที่จะดูแลตอนป่วย หรือตอนไม่สบายอย่างเดียว สามารถที่จะดูแลกันได้ตลอด ถามไถ่ความเป็นอยู่พูดคุยกันในแบบรอบครัวบ่อยๆ นี่แหละจะเป็นสำคัญที่ทำให้คนในครอบครัวมีความรักใคร่กันมากขึ้น และดูแลกันไปได้เลื่อยๆเลยทีเดียว

บ้านอยู่แล้วรวย มีเงินมีทองเข้าบ้าน

จะจ้างคนออกแบบเว็บต้องรู้อะไรบ้าง

การทำเว็บไซต์เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาและความชำนาญเฉพาะด้าน เนื่องจากว่าเป็นเรื่องของเทคนิคคอมพิวเตอร์และการออกแบบ ที่นักธุรกิจส่วนใหญ่อาจไม่ได้ชำนาญโดยตรงและยังต้องให้เวลากับการทำธุรกิจอีกด้วย

การจ้างทีมหรือบริษัทให้ออกแบบเว็บไซต์ออนไลน์ จึงเป็นสิ่งที่นิยมมากขึ้นในปัจจุบัน แม้เจ้าของเว็บไซต์จะไม่ได้ทำเอง แต่ก็ควรทราบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบเว็บไซต์ ดังนี้

1. การตั้งชื่อโดเมนเนม โลโก้และธีมของเว็บไซต์ ควรออกแบบทั้งสามส่วนให้เป็นที่จดจำได้ง่าย และสื่อสารถึงสินค้าและบริการของเว็บไซต์ได้อย่างดีที่สุด

เช่น สินค้ากลุ่มอาหารเสริมบำรุงสมอง ควรใช้โลโก้ที่แสดงถึง รูปสมอง ความคิดความจำ และเลือกสีสันของธีมเว็บไซต์ที่ให้ความน่าเชื่อถือ เป็นต้น

2. กำหนดกลุ่มเป้าหมาย เช่น ผู้ใช้บริการเป็นใคร หากเป็นเว็บไซต์เพื่อการศึกษา ก็ต้องเน้นการดูแล้วมีความน่าเชื่อถือในด้านความรู้วิชาการ ถ้าเป็นเว็บไซต์เพื่อการขายสินค้า เช่น เสื้อผ้า กระเป๋า ก็ควรมีสีสันที่สร้างความดึงดูดใจเป็นพิเศษ

หรือหากต้องการลูกค้าต่างประเทศก็ควรทำเว็บไซต์ให้เป็นระบบมีสองภาษา คือ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าและบริการมากขึ้น

3. การทำ SEO หรือ Search Engine Optimization การทำ SEO คือการพัฒนาคุณภาพของเว็บไซต์ ทั้งด้านเนื้อหาบทความ ที่ต้องใส่คีย์เวิร์ดที่มีการวิจัยมาแล้วว่าตรงกับการค้นหาใน Search Engine ของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

รวมถึงการตั้งชื่อ รูปภาพประกอบและสื่อมัลติมีเดียและภาพประกอบในบทความที่ต้องมีคีย์เวิร์ดใส่ลงไปด้วย เพื่อช่วยให้อันดับในการสืบค้นเว็บไซต์ดีขึ้นจากการประมวลผลด้วยระบบ Algorithm ของ Search Engine

4. การมี Chat Box ที่เป็นระบบ AI อัจฉริยะในการตอบคำถามหรือรับเรื่องที่ลูกค้าต้องการติดต่อกับทางเว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ มีการศึกษาพบว่า การมี Chat Box จะสร้างความทันสมัยให้เว็บไซต์และสร้างความเชื่อมั่นในการใช้บริการซื้อสินค้าและบริการออนไลน์ได้อย่างมาก

5. การเตรียมข้อมูลเพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น ระบบ 5G และ Voice Search ที่จะช่วยให้การสืบค้นข้อมูลในเว็บไซต์ทางธุรกิจง่ายขึ้น

6. เว็บไซต์ต้องมีความสวยงาม ดูเรียบ แต่มีองค์ประกอบต่าง ๆ แยกหมวดหมู่ชัดเจน ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้บริการเว็บไซต์มีความประทับใจ ไม่เสียเวลาในการหาปุ่มคลิกต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่น เว็บไซต์ของบริษัทชั้นนำ เช่น Apple Microsoft เป็นต้น

นอกจากนี้ หากในเว็บไซต์มีการโฆษณาสินค้า ก็ควรแยกหมวดหมู่ให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้ลูกค้าสับสนและรำคาญโฆษณา จนไม่อยากกลับมาใช้บริการเว็บไซต์ซ้ำอีก

การจ้างผู้ออกแบบเว็บไซต์ที่มีความชำนาญ มีประสบการณ์ในการทำงานให้กับธุรกิจประเภทเดียวกันกับที่ต้องการจ้าง จะช่วยให้งานประสบความสำเร็จได้อย่างมาก ทั้งนี้ ต้องพิจารณาทั้งความคุ้มค่าของราคาและความสามารถของทีมงานเป็นอันดับแรก

จะจ้างคนออกแบบเว็บต้องรู้อะไร

SEO สิ่งที่คุณต้องรู้เพื่อขายออนไลน์

SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นเทคนิคในการทำให้เว็บไซต์คุณถูกจัดอันดับได้เป็น Top5 Top10 ในหน้าต่างการสืบค้น ไม่ว่าจะด้วย Yahoo หรือ Google อันทำให้คุณมีโอกาสขายสินค้าในโลกออนไลน์ได้มากยิ่งขึ้น

SEO สิ่งที่คุณต้องรู้เพื่อขาย

SEO ต่างจากการทำโฆษณาอย่างไร

การทำ SEO มีความแตกต่างจากการประชาสัมพันธ์ในเส้นทางอื่นอย่าง SEM (Search engine Marketing) อันหมายถึงการที่จะต้องจ่ายค่าพื้นที่โฆษณา เพราะเพียงแค่ปรับปรุงใน 2 ส่วนที่กำลังจะกล่าวต่อไปนี้ ก็สามารถทำให้ยอดการเข้าชมและซื้อเพิ่มได้

ส่วนประกอบของ SEO

SEO มีสองส่วนประกอบหลัก คือ

1. On-Page SEO เป็นส่วนของเนื้อหาในเว็บไซต์ พร้อมกับรูปประกอบและสื่อมัลติมีเดียต่าง ๆ เพื่อให้สัมพันธ์กับ keyword ที่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของคุณนิยมใช้ (ศึกษาได้จาก Google Search) เพื่อให้ระบบ algorithm ของ search engine สามารถหาประมวลผลหาเว็บไซต์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้แต่ละรายได้ดียิ่งขึ้น

2. Off-Page SEO ได้แก่ การทำ Back Link หรือลิงค์เชื่อมโยงเว็บไซต์ภายนอกเข้ามาสู่เว็บไซต์ของคุณ จึงทำให้คุณมีลูกค้าจากแหล่งต่าง ๆ มากขึ้น (โดยอาจจะเป็นผู้ที่ต้องการสินค้าที่ช่วยแก้ปัญหาที่กำลังประสบอยู่) ผลลัพธ์ คือ ทำให้คุณมีโอกาสขายสินค้ามากยิ่งขึ้น แม้ว่าลูกค้าเหล่านั้นจะไม่ได้รู้จักเว็บไซต์หรือแบรนด์ของคุณมาก่อนเลย

ก่อนทำ SEO ต้องรู้อะไรบ้าง

การทำ SEO สามารถทำได้ด้วยตัวเองหรือจะจ้างบริษัทผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาเว็บไซต์ SEO ก็ได้ ทั้งนี้ มีข้อจำกัดว่าการทำ SEO นั้น จะต้องมีระยะเวลาในการสะสมเนื้อหาที่มากเพียงพอหรือ Useful Content

จึงจะทำให้ระบบอัลกอรึทึ่มของ search Engine ถูกประมวลออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพว่าเว็บไซต์ของคุณมีคุณภาพสูงและเหมาะแก่การที่จะนำเสนอแก่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลา 2 – 3 เดือน ขึ้นไปหรือแม้แต่กระทั่ง 1 ปีสำหรับธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง

การทำ SEO จึงไม่สามารถจะหวังผลได้อย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับการทำโฆษณาที่คุณจ่ายเงินก้อนหนึ่งแล้วก็หวังได้ว่าจะมีลูกค้าติดต่อเข้ามาหลังจากได้เห็นโฆษณาในทันที

ข้อดีของ SEO

แม้จะมีข้อจำกัดที่กล่าวมา แต่การทำ SEO ก็มีข้อดีที่สำคัญ คือมีโอกาสสูงที่ลูกค้าของคุณนั้นจะกลายเป็นลูกค้าประจำที่ยาวนานกว่า เพราะการทำ SEO ที่มีคุณภาพจะทำให้มีลูกค้าติดตามเว็บไซต์คุณ จากการอ่านบทความที่ให้สาระประโยชน์ สื่อที่น่าสนใจและแตกต่างจากธุรกิจเจ้าอื่น

SEO สิ่งที่คุณต้องรู้เพื่อขายออนไลน์

หากคุณให้ความสำคัญกับคุณภาพของบทความ สื่อประกอบที่สร้างสรรค์ การออกแบบเว็บไซต์ให้ใช้งานง่ายทั้งบน pc และมือถือ ควบคู่กับการติดตามเทรนด์ใหม่ ๆ เสมอ จะทำให้คุณได้รับความคุ้มค่าจากการทำ SEO โดยไม่จำเป็นต้องไปเสียค่าโฆษณา ก็สามารถได้ลูกค้าเพิ่มขึ้นจากการทำ SEO อย่างแน่นอน

มวยดีปีใหม่ “พาซิโอ” เตรียมป้องแชมป์สตรอว์เวต “ซูซูกิ” 19 ม.ค.

ONE Championship (วัน แชมเปี้ยนชิพ) หน่วยงานกีฬาศิลป์ป้องกันภัยสุดยอดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของทวีปเอเชีย เปิดเผยคู่เอกของรายการ ONE: ETERNAL GLORY ที่จะระเบิดความมันส์กัน ณ อิสโคนร่า เสนากระทั่งถึง กรุงจาการ์ต้าประเทศอินโดนีเซีย ในวันที่ 19 เดือนมกราคม 2019นี้ออกมาเป็นระเบียบ

โดยคู่เอกของรายการจะเป็นการคุ้มครองป้องกันตำแหน่งแชมป์รุ่นสตคอยว์เวตคราวแรกของ โจชัวพาสิโอ จากประเทศฟิลิปปินส์ กับ ฮายาโตะ ซูซูกิผู้ท้าแข่งจอมเก๋าคนญี่ปุ่น ซึ่งไฟต์นี้จะถือได้ว่าเป็นการรีแมตช์ของทั้งสองด้วย

สำหรับ โจชัว พาสิโอ จากเมืองบาเกียว คว้าสายรัดเอวแชมป์สตคอยว์เวตมาได้ด้วยการชนะคะแนนเหนือผู้ครอบครองแชมป์เก่า โยชิทากะ ท้องนาอิโตะ คนประเทศญี่ปุ่น อย่างเป็นเอกฉันท์ในศึก ONE: CONQUEST OF HEROES เมื่อตอนก.ย.ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา โดยไฟต์ที่จะถึงนี้จะเป็นการเจอกันอีกรอบของพาสิโอกับซูซูกิ ซึ่งจะเป็นบทพิสูจน์ครั้งใหญ่ของแชมป์โลกชาวประเทศฟิลิปปินส์อย่างแท้จริง

พาสิโอ วัย 22 ปี บ่งบอกถึงถึงความเจริญที่สุดยอดในตอน 2-3 ปีที่ล่วงเลยไป ก่อนประกาศศักดิ์ก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์คนตอนนี้ ซึ่งไฟต์ปกป้องแชมป์คราวแรกของเขานี้น่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากจำเป็นต้องมาเจอกับคนที่เคยเอาชนะเขามาได้เป็นคนปัจจุบันนั่นเอง

ด้าน ฮายาโตะ ซูซูกิ จากเมืองทากาฮางิ ญี่ปุ่น เขาเปิดฉากเวทีนี้ในรายการ ONE: KINGS & CONQUERORS เมื่อสิงหาคม 2017 ด้วยการเอาชนะพาสิโอ ซึ่งวันนั้นเขาจับนักกีฬารุ่นน้องซึมซับมิสชั่นใส่ท่า Rear-Naked Choke ได้เสร็จตั้งแต่ชูแรก โดยสามไฟต์ปัจจุบันของเขาล้วนเป็นการดูดซับมิสชั่นด้วยท่านี้เหนือคู่ปรับได้ทั้งปวงด้วย

นับว่าเป็นคู่ที่น่าดึงดูดรับเวทีแรกของ ONE Championship ของปี 2019 อย่างแท้จริง ว่าจอมเก๋าปรมาจารย์ด้านจับล็อกจากดินแดนปลาดิบจะย้ำโกรธแค้นได้เสร็จ หรือแชมป์โลกดาวรุ่งพุ่งแรงที่สุดที่สมัยจากประเทศฟิลิปปินส์จะทวงแค้น พร้อมคุ้มครองป้องกันสายรัดเอวไว้ได้ ในวันที่ 19 เดือนมกราคมปีถัดไป

สามารถอัพเดตข้อมูลการเปลี่ยนแปลงของ ONE Championship เหมาะ www.onefc.com และทางทวิตเตอร์รวมทั้งอินสตามึงรม@ONEChampionship และก็เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/ONEChampionship

“อุ้ม-กัญญาภัคร” ทำได้คว้าแชมป์เพาะกายโลก 2018 เชิดธงไทยสู่ชาวโลก

”อุ้ม” สาวน้อยภัคร ศรีพรรค นักเพาะกล้ามหญิงกลุ่มชาติไทย สร้างชื่อให้กับประเทศอีกรอบ ข้างหลังสามารถคว้าเหรียญทอง สำหรับในการชิงชัยเพาะกายและก็ฟิตเนสชิงชนะเลิศโลกครั้งที่ 10 ที่ห้องล้านโคนง เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์โลตัสปางสวนแก้วจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันเสาร์ที่ 15 เดือนธันวาคมก่อนหน้านี้

โดยคุณฟิตหุ่นกระทั่งชนะใจผู้ตัดสิน ได้แชมป์ในรุ่นโมเดลฟิสิกซ์ ความสูงไม่เกิน 160 ซม. มาครอบครองได้เสร็จ ซึ่งนับว่าเป็นรางวัลยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของคุณ ด้วยการคว้าเหรียญทองแชมป์โลกมาครอบครอง

ที่ผ่านมาเคยสร้างชื่อให้กับเมืองไทยเยอะแยะ ไล่ตั้งแต่ แชมป์เพาะกาย ทวีปเอเชีย แชมป์เปี้ยนชิพ2016 ที่ประเทศภูเขาฏาน รวมทั้งการคว้าชั้นที่ 2สำหรับเพื่อการแข่งเพาะกายโลก WBPF world championship 2017 ที่ประเทศดูโกเลีย 

ข้างหลังการประลองคุณเปิดใจว่า “ในการแข่งคราวนี้ จัดแจงมาเป็นปี ข้างหลังจบการประลองชิงชนะเลิศโลก ที่มองดูโกเลีย คราวนี้เป็นเหรียญทองชิงชนะเลิศโลกเหรียญแรกดีใจมากๆจำเป็นต้องขอบพระคุณแฟนกีฬาคนไทย แล้วก็ชมรมกีฬาเพาะกายฯ ที่ให้อุ้มได้มาแข่งรายการนี้ กระทั่งไปถึงเป้าหมายแบบงี้”

ซึ่งมองเห็นแบบงี้เมื่อก่อนคุณตัวเล็กมากมาย แม้กระนั้นพอใช้ได้เข้ายิมแล้วก็ศึกษาที่จะบริหารร่างกายอย่างถูกทางก็เริ่มที่จะมีผูกกล้ามอย่างที่พวกเราๆได้มองเห็นกัน ซึ่งตอนนี้คุณหันมาเอาดีทางเป็นเทรนเนอร์ฟิตเนส โดยมีดาราดังมากมายเป็นศิษย์มากมาย